banner ads

กิจกรรมน่าสนใจ

banner ads

อันดับงานวิ่งยอดเยี่ยม

ข่าวสาร

ของมันต้องมี! กระเป๋าคาดเอวเก็บของสุดชิค..
.
จะถือโทรศัพท์กันทำไมให้หนักมือ เดินเข้าห้องน้ำวางเงินไว้จนลืมหาย ..สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเพื่อน ๆ มี Running Belt สายเข็มขัดคาดเอวแบบสวม พร้อมกระเป๋าซ่อน 4 ช่อง และที่คล้องกุญแจ สวมใส่ง่าย กระชับ ช่วยลดความรุงรังในชีวิตได้ จะพกเงิน พกบัตร หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือก็สามารถเก็บได้สบาย (ใส่มือถือได้ถึงขนาด 5.5 นิ้ว) มีให้เลือกถึง 6 สี ด้วยกัน
.
รอช้าอยู่ทำไม รีบไปช้อป กระเป๋าคาดเอว หรือสินค้าอื่น ๆ จาก Queenieke ไป มิกซ์ & แมทช์ กันได้เลย
bit.ly/WND-Shop-Queenieke
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee
... See MoreSee Less

ของมันต้องมี! กระเป๋าคาดเอวเก็บของสุดชิค..
.
จะถือโทรศัพท์กันทำไมให้หนักมือ เดินเข้าห้องน้ำวางเงินไว้จนลืมหาย ..สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเพื่อน ๆ มี Running Belt สายเข็มขัดคาดเอวแบบสวม พร้อมกระเป๋าซ่อน 4 ช่อง และที่คล้องกุญแจ สวมใส่ง่าย กระชับ ช่วยลดความรุงรังในชีวิตได้ จะพกเงิน พกบัตร หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือก็สามารถเก็บได้สบาย (ใส่มือถือได้ถึงขนาด 5.5 นิ้ว) มีให้เลือกถึง 6 สี ด้วยกัน
.
รอช้าอยู่ทำไม รีบไปช้อป กระเป๋าคาดเอว หรือสินค้าอื่น ๆ จาก Queenieke ไป มิกซ์ & แมทช์ กันได้เลย
https://bit.ly/WND-Shop-Queenieke
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

1ชิ้นค่ะ

‘อยากวิ่งดีขึ้นต้อง Drills’ ใช้แรงน้อย แต่วิ่งเร็วนะ
.
เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! การ Drills คืออะไร แล้วจำเป็นหรือไม่ บอกเลยครับว่าใครจะไปคิดว่าการ Drills นั้นช่วยทำให้วิ่งดีขึ้น ไวขึ้น แถมยังเหนื่อยน้อยลงอีกด้วยนะ
.
วันนี้เราเลยขอยกหัวข้อการ Drills ที่เป็นเรื่องสำคัญแต่ได้รับการพูดถึงน้อย(มาก) มานำเสนอเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการวิ่งของเพื่อน ๆ กันครับ ช่วงนี้อยู่บ้านหากไม่มีพื้นที่วิ่งมากนักก็น่าจะเป็นการดีที่เพื่อน ๆ จะใช้เวลานี้ในการฝึก Drills
.
เริ่มจากการ Drills คืออะไร
การ Drills คือ การบริหารเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ หรือ การฝึกซ้อมท่าวิ่งให้ถูกต้องนั่นเอง เมื่อทำแล้วจะช่วยเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงแข็งแกร่ง ทำให้การเคลื่อนไหวของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (แขน ขา ข้อเท้า ลำตัว คอ ฯลฯ) สัมพันธ์กัน กล้ามเนื้อและระบบประสาทประสานการทำงานอย่างสมดุลและสมบูรณ์ ซึ่งการ Drills นี่แหละครับที่จะทำให้เราวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมใช้พลังงานน้อยด้วยนะ(คือดีย์) และยังมีผลที่ตอบโจทย์นักวิ่งขาแรงก็คือ..ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากการวิ่งได้ด้วย
.
แล้วเราควรฝึกการ Drills อย่างไรล่ะ
การเริ่มฝึกออกกำลังกายด้วยการ Drills สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่อาจจะเริ่มจากการฝึกแกว่งแขวนอย่างเดียวไม่ต้องใช้ช่วงล่าง ตามด้วยฝึกยกขาอย่างเดียว และต่อด้วยยกส้นเท้าอย่างเดียว นี่คือจุดประสงค์หลัก ๆ ของการ Drills เพื่อสร้างการเรียนรู้ของระบบประสาทให้ร่างกายเกิดความสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น การ Drills คือการสร้างความคุ้นชินให้ร่างกายจดจำได้ว่าต้องแกว่งแขน ยกขา ยกส้นเท้า ให้ถูกต้อง และผลที่ตามมาก็คือ..ฟอร์มการวิ่งเราดีขึ้นเพราะเราจัดท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายที่ถูกต้องทำให้การวิ่งของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
การฝึก Drills แนะนำว่าควรทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 10-15 นาทีก่อนวิ่งเท่านั้น หรือ เราสามารถใช้การ Drills เป็นการวอร์มร่างกายเตรียมความพร้อมก็ได้ครับ การฝึกจะช่วยรีดประสิทธิภาพของร่างกายและเป็นประโยชน์กับการวิ่งครั้งนั้นของเราได้ดีทีเดียว
.
วันนี้ขอนำเสนอ 5 ท่า Drills ที่ใช้ฝึกกันอยู่บ่อย ๆ ดังนี้ครับ
.
1.SKIPPING
ท่าแรกเป็นท่าที่ช่วยเพิ่มระยะในแต่ละก้าวให้เพิ่มขึ้น ช่วยยกระดับเข่า ทำให้เกิดความสมดุลในการก้าวมากขึ้น
ฝึก Skipping เป็นระยะทางประมาณ 15-20 เมตร แล้วพัก และทำซ้ำต่ออีก 2-3 ครั้ง สลับกับหยุดพักจนครบ เคล็ดลับง่าย ๆ ครับ ยกเข่าให้สูงเข้าไว้ เคลื่อนไหวให้เร็ว และแกว่งแขนให้มากจะช่วยเรื่องการทรงตัวที่ดีในการวิ่ง
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ youtu.be/-mIyuoa5Bng
.
2.BOUNDING
ท่านี้จะช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา เพิ่มพลังของขาในการดีดตัวไปด้านหน้าทำให้ลดแรงเมื่อต้องวิ่งระยะทางไกล และสร้างความสมดุลในการเคลื่อนไหวได้ดีอีกด้วย
การฝึก Bounding คือการกระโดดสองขาไปข้างหน้า ประมาณ 5-10 เมตร สลับกับการกระโดดขาทีละข้างอีก 5-10 เมตร เช่นเดียวกัน ใครอยากมีสมดุลร่างกายที่ดีลองถ้านี้กันเลยครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ youtu.be/ZzWRqO3OIz4
.
3.LUNGE
ท่า Lunge เป็นการฝึกสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวเป็นหลัก และยังได้ประโยชน์ไปถึงกล้ามเนื้อต้นขาและก้น ท่านี้ก็จะช่วยในเรื่องของความสมดุลขณะวิ่งได้เป็นอย่างดี ทำให้วิ่งด้วยความเร็วที่มากขึ้นแต่ยังสามารถทรงตัวได้อย่างมั่นคง
มีวิธีการฝึกง่าย ๆ คือ ก้าวขากว้างพร้อมกดตัวลงมาให้เข่าอีกข้างขนานกับพื้น สลับก้าวข้างละประมาณ 10 ก้าว ส่วนด้านข้างจะมีวิธีคล้ายกับ Squat คือให้ก้าวขากว้างไปด้านข้างแล้วก้าวขาอีกข้างตามมาไขว้สลับ สลับขาข้างละประมาณ 10 ก้าวเช่นกัน
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ youtu.be/cqqSstxhAQc
.
4.LATERAL SQUAT
Lateral Squat เป็นท่าฝึกที่ทำให้กล้ามเนื้อก้นแข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิ่งอย่างมากโดยเฉพาะนักวิ่งสายเทรล หรือนักวิ่งที่วิ่งในพื้นที่ขรุขระเส้นทางไม่เรียบ ช่วยสร้างความสมดุลและควบคุมการทรงตัวของร่างกายได้เป็นอย่างดี
การฝึกท่านี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ครับ ออกแรงไปทางด้านข้างทั้งซ้ายและขวา ข้างละ 15-20 เมตร ระยะก้าวห่างประมาณหัวไหล่ เคลื่อนที่ช้า ๆ นะครับไม่ต้องรีบ สลับอย่างน้อยข้างละ 5-10 ครั้ง กำลังดีครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ youtu.be/13JTL7pH7Hc
.
5.CARIOCA และ QUICK FEET
มาถึงท่าสุดท้าย ท่านี้เพื่อน ๆ อาจจะเคยเห็นกันคุ้นตาอยู่บ้างโดยเฉพาะเห็นนักบอลชอบฝึกซ้อมท่านี้กันบ่อย ๆ การฝึก Carioca และ Quick Feet จะช่วยในเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนไหวของเท้า เข่า และสะโพก ช่วยให้ก้าวได้เร็วขึ้นนั่นเอง ลดเวลาเท้าแตะพื้นทำให้ลดพลังงานที่จะเสียออกไปจากการวิ่ง(ประหยัดแรงได้ดีเลย)
วิธีการฝึก Carioca ให้การก้าวเท้าสลับไขว้กันไปมาอย่างรวดเร็วสองทั้งซ้ายและขวา อย่างน้อยประมาณ 15-20 เมตร ส่วน Quick Feet ให้ลงเท้าบริเวณด้านหน้าของฝ่าเท้า ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะฝึกเพิ่มการทรงตัวก็สามารถแกว่งแขนเร็ว ๆ ตามจังหวะพร้อมกับการฝึกด้วยก็ได้ครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ youtu.be/Y3Wg4QMPXkU
.
เพื่อน ๆ ที่อยากจะพัฒนาการวิ่งของตัวเองให้ดีขึ้น ทำเวลาได้เร็วขึ้น มีฟอร์มการวิ่งที่ดี ตอนนี้ถ้า ‘ใจพร้อม’ ที่จะขยับจาก 5k ไป 10K หรือแม้แต่จะลง Full ให้จบแบบสวย ๆ ก็อย่าลืมไปทำให้ ‘กายพร้อม’ ด้วยการฝึก Drills กันดูนะครับ
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee
... See MoreSee Less

‘อยากวิ่งดีขึ้นต้อง Drills’ ใช้แรงน้อย แต่วิ่งเร็วนะ
.
เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! การ Drills คืออะไร แล้วจำเป็นหรือไม่ บอกเลยครับว่าใครจะไปคิดว่าการ Drills นั้นช่วยทำให้วิ่งดีขึ้น ไวขึ้น แถมยังเหนื่อยน้อยลงอีกด้วยนะ
.
วันนี้เราเลยขอยกหัวข้อการ Drills ที่เป็นเรื่องสำคัญแต่ได้รับการพูดถึงน้อย(มาก) มานำเสนอเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการวิ่งของเพื่อน ๆ กันครับ ช่วงนี้อยู่บ้านหากไม่มีพื้นที่วิ่งมากนักก็น่าจะเป็นการดีที่เพื่อน ๆ จะใช้เวลานี้ในการฝึก Drills
.
เริ่มจากการ Drills คืออะไร
การ Drills คือ การบริหารเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ หรือ การฝึกซ้อมท่าวิ่งให้ถูกต้องนั่นเอง เมื่อทำแล้วจะช่วยเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงแข็งแกร่ง ทำให้การเคลื่อนไหวของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (แขน ขา ข้อเท้า ลำตัว คอ ฯลฯ) สัมพันธ์กัน กล้ามเนื้อและระบบประสาทประสานการทำงานอย่างสมดุลและสมบูรณ์ ซึ่งการ Drills นี่แหละครับที่จะทำให้เราวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมใช้พลังงานน้อยด้วยนะ(คือดีย์) และยังมีผลที่ตอบโจทย์นักวิ่งขาแรงก็คือ..ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากการวิ่งได้ด้วย
.
แล้วเราควรฝึกการ Drills อย่างไรล่ะ
การเริ่มฝึกออกกำลังกายด้วยการ Drills สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่อาจจะเริ่มจากการฝึกแกว่งแขวนอย่างเดียวไม่ต้องใช้ช่วงล่าง ตามด้วยฝึกยกขาอย่างเดียว และต่อด้วยยกส้นเท้าอย่างเดียว นี่คือจุดประสงค์หลัก ๆ ของการ Drills เพื่อสร้างการเรียนรู้ของระบบประสาทให้ร่างกายเกิดความสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น การ Drills คือการสร้างความคุ้นชินให้ร่างกายจดจำได้ว่าต้องแกว่งแขน ยกขา ยกส้นเท้า ให้ถูกต้อง และผลที่ตามมาก็คือ..ฟอร์มการวิ่งเราดีขึ้นเพราะเราจัดท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายที่ถูกต้องทำให้การวิ่งของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
การฝึก Drills แนะนำว่าควรทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 10-15 นาทีก่อนวิ่งเท่านั้น หรือ เราสามารถใช้การ Drills เป็นการวอร์มร่างกายเตรียมความพร้อมก็ได้ครับ การฝึกจะช่วยรีดประสิทธิภาพของร่างกายและเป็นประโยชน์กับการวิ่งครั้งนั้นของเราได้ดีทีเดียว
.
วันนี้ขอนำเสนอ 5 ท่า Drills ที่ใช้ฝึกกันอยู่บ่อย ๆ ดังนี้ครับ
.
1.SKIPPING
ท่าแรกเป็นท่าที่ช่วยเพิ่มระยะในแต่ละก้าวให้เพิ่มขึ้น ช่วยยกระดับเข่า ทำให้เกิดความสมดุลในการก้าวมากขึ้น
ฝึก Skipping เป็นระยะทางประมาณ 15-20 เมตร แล้วพัก และทำซ้ำต่ออีก 2-3 ครั้ง สลับกับหยุดพักจนครบ เคล็ดลับง่าย ๆ ครับ ยกเข่าให้สูงเข้าไว้ เคลื่อนไหวให้เร็ว และแกว่งแขนให้มากจะช่วยเรื่องการทรงตัวที่ดีในการวิ่ง
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ https://youtu.be/-mIyuoa5Bng
.
2.BOUNDING
ท่านี้จะช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา เพิ่มพลังของขาในการดีดตัวไปด้านหน้าทำให้ลดแรงเมื่อต้องวิ่งระยะทางไกล และสร้างความสมดุลในการเคลื่อนไหวได้ดีอีกด้วย
การฝึก Bounding คือการกระโดดสองขาไปข้างหน้า ประมาณ 5-10 เมตร สลับกับการกระโดดขาทีละข้างอีก 5-10 เมตร เช่นเดียวกัน ใครอยากมีสมดุลร่างกายที่ดีลองถ้านี้กันเลยครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ https://youtu.be/ZzWRqO3OIz4
.
3.LUNGE
ท่า Lunge เป็นการฝึกสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวเป็นหลัก และยังได้ประโยชน์ไปถึงกล้ามเนื้อต้นขาและก้น ท่านี้ก็จะช่วยในเรื่องของความสมดุลขณะวิ่งได้เป็นอย่างดี ทำให้วิ่งด้วยความเร็วที่มากขึ้นแต่ยังสามารถทรงตัวได้อย่างมั่นคง
มีวิธีการฝึกง่าย ๆ คือ ก้าวขากว้างพร้อมกดตัวลงมาให้เข่าอีกข้างขนานกับพื้น สลับก้าวข้างละประมาณ 10 ก้าว ส่วนด้านข้างจะมีวิธีคล้ายกับ Squat คือให้ก้าวขากว้างไปด้านข้างแล้วก้าวขาอีกข้างตามมาไขว้สลับ สลับขาข้างละประมาณ 10 ก้าวเช่นกัน
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ https://youtu.be/cqqSstxhAQc
.
4.LATERAL SQUAT
Lateral Squat เป็นท่าฝึกที่ทำให้กล้ามเนื้อก้นแข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิ่งอย่างมากโดยเฉพาะนักวิ่งสายเทรล หรือนักวิ่งที่วิ่งในพื้นที่ขรุขระเส้นทางไม่เรียบ ช่วยสร้างความสมดุลและควบคุมการทรงตัวของร่างกายได้เป็นอย่างดี
การฝึกท่านี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ครับ ออกแรงไปทางด้านข้างทั้งซ้ายและขวา ข้างละ 15-20 เมตร ระยะก้าวห่างประมาณหัวไหล่ เคลื่อนที่ช้า ๆ นะครับไม่ต้องรีบ สลับอย่างน้อยข้างละ 5-10 ครั้ง กำลังดีครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ https://youtu.be/13JTL7pH7Hc
.
5.CARIOCA และ QUICK FEET
มาถึงท่าสุดท้าย ท่านี้เพื่อน ๆ อาจจะเคยเห็นกันคุ้นตาอยู่บ้างโดยเฉพาะเห็นนักบอลชอบฝึกซ้อมท่านี้กันบ่อย ๆ การฝึก Carioca และ Quick Feet จะช่วยในเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนไหวของเท้า เข่า และสะโพก ช่วยให้ก้าวได้เร็วขึ้นนั่นเอง ลดเวลาเท้าแตะพื้นทำให้ลดพลังงานที่จะเสียออกไปจากการวิ่ง(ประหยัดแรงได้ดีเลย)
วิธีการฝึก Carioca ให้การก้าวเท้าสลับไขว้กันไปมาอย่างรวดเร็วสองทั้งซ้ายและขวา อย่างน้อยประมาณ 15-20 เมตร ส่วน Quick Feet ให้ลงเท้าบริเวณด้านหน้าของฝ่าเท้า ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะฝึกเพิ่มการทรงตัวก็สามารถแกว่งแขนเร็ว ๆ ตามจังหวะพร้อมกับการฝึกด้วยก็ได้ครับ
.
สามารถฝึกตามคลิปวิดีโอจากลิงก์นี้ได้เลยครับ https://youtu.be/Y3Wg4QMPXkU
.
เพื่อน ๆ ที่อยากจะพัฒนาการวิ่งของตัวเองให้ดีขึ้น ทำเวลาได้เร็วขึ้น มีฟอร์มการวิ่งที่ดี ตอนนี้ถ้า ‘ใจพร้อม’ ที่จะขยับจาก 5k ไป 10K หรือแม้แต่จะลง Full ให้จบแบบสวย ๆ ก็อย่าลืมไปทำให้ ‘กายพร้อม’ ด้วยการฝึก Drills กันดูนะครับ
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

เหมือนง่าย ทำจริงยาก😂

ขอบคุณคำแนะนำค่ะ

เหนื่อยพอได้เลยครับ

ไม่น้อยนะครับ Power drill นี่ ถ้าทำตามฟอร์มสวยๆ ให้ครบก็หอบอยู่นะครับ 555

ใช้แรงน้อย..ว่าซั่น 😆

Drill 3เซ็ต เหนื่อยกว่าวิ่ง 5-6 โลอีก

ทำเร็วๆใช้แรงเหนื่อยน่าดูครับ

Thanate Poosiripinyo เนี้ยๆๆ ประโยขน์ของการ drill

Chanom Kassuwan สู้ครับ

Chonnikan Kongpuang

Dcwtnn Tnk

Panrawee Jittasinnawa

Jammie Fay

ศุภชัย อินทนุ

Attapon Saeliew

Kitti Sutthiatthasil

Up To Meaw

Sorawut Tarasuk

ติดตามวิ่งไหนดีผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ YouTube : bit.ly/youtube_wingnaidee Instagram : www.instagram.com/wingnaidee/ Twitter : twitter.com/WingNaiDee ====================== Website : www.wingnaidee.com ตารางงานวิ่ง : www.wingnaidee.com/event-menu/ ====================== สั่งซื้อสินค้าหลากหลายที่คัดสรรแล้วจากวิ่งไหนดีได้ที่ Shop : wingnaidee-shop.bentoweb.com/th

วิ่งเปลี่ยนชีวิตไปกับเสียงเพลง
มุ่งมั่นลดน้ำหนักกว่า 100 ปอนด์
.
“เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น วิ่งเพื่อตัวเอง นี่คือการแข่งขันกับตัวเอง”
.
เรื่องราวของ Sheri Shaw สาวอเมริกันวัย 40 ปี ที่การวิ่งสามารถเข้ามาช่วยลดน้ำหนักของเธอลงไปได้กว่า 100 ปอนด์ (45 กิโลกรัม)
.
Sheri บอกว่าเมื่อก่อนช่วงอายุ 20 ปี สำหรับเธอการวิ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่ายนะ เธอวิ่งได้แทบทุกระยะ 5k, 10k หรือ Half เธอก็ผ่านมาแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อชีวิตเดินทางเข้าสู่ช่วง 30 ปลาย ๆ อาการเจ็บปวดต่าง ๆ ก็เข้ามารุมล้อมเธอจนทำให้เธอค่อย ๆ ออกห่างจากการวิ่งในที่สุด
.
แต่เมื่อมาคิดดูดี ๆ แล้ว Sheri บอกว่ามันน่าจะเป็นเพราะความไม่มีวินัยของเธอเองมากกว่า บวกกับความเครียดความกดดันในหน้าที่การงาน ทำให้เธอไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นน้ำหนักของเธอก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
.
Sheri บอกว่าทุกครั้งที่เธอเดินฟังเพลงอยู่ข้างนอกมันทำให้เธอคิดถึงการวิ่ง และน้ำหนักตัวของเธอในตอนนั้นก็สูงขึ้นถึง 298 ปอนด์ (135 กิโลกรัม) ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัดบริจาคไตของเธอเมื่อปี 2001 ดังนั้นในเมื่อบรรยากาศเก่า ๆ เริ่มย้อนกลับมาบวกกับสุขภาพที่เริ่มเสื่อมเพราะไม่ได้ดูแลมันทำให้เธอคิดได้ว่า “ฉันต้องกลับมาวิ่งแล้วล่ะ”
.
สิ่งแรกที่ Sheri เลือกทำคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินซะก่อน และรักษาอาการบาดเจ็บที่เคยทำให้เธอหยุดวิ่งไป หลังจากเธอปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ก็พบว่าน้ำหนักของเธอลดลงถึง 40 ปอนด์ (18 กิโลกรัม)
.
ต่อมาในช่วงต้นปี 2020 เธอเริ่มต้นด้วยการเดินเยอะ ๆ และก็เริ่มวิ่งทุกวันระยะทาง 2 ไมล์ (3.2 กิโลเมตร) ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 30 นาที เธอบอกว่าสิ่งที่ทำให้เธอวิ่งและออกกำลังกายได้อย่างเพลิดเพลินก็คือเพลงในเพลย์ลิสต์ของเธอเอง
.
เธอใช้เทคนิคส่วนตัวที่ใช้การตั้งใจฟังเพลง และแต่ละเพลงก็ส่งผลต่อการวิ่งทุก ๆ ก้าวของเธอ เพลงแรกผ่านไป เพลงสองเพลงสามค่อย ๆ ผ่านไป รู้ตัวอีกทีระยะทางวิ่งก็ผ่านไปเป็นไมล์แล้วเหมือนกัน ซึ่งเธอไม่เคยทำแบบนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี!
.
หลังจากนั้นเธอก็ซ้อมวิ่งมาโดยตลอดถึงแม้ว่าจะเจอผลกระทบจาก COVID-19 เธอก็ยังไม่หยุดวิ่ง จนในที่สุดน้ำหนักของเธอกดลดลงจาก 298 ปอนด์ (135 กิโลกรัม) เหลือเพียง 190 ปอนด์ (86 กิโลกรัม) เท่านั้น แต่เป้าหมายจริงของ Sheri เธอบอกว่าต้องไปให้ถึง 170 ปอนด์ (77 กิโลกรัม) ให้ได้! ซึ่งเป็นน้ำหนักที่แพทย์แนะนำว่าเหมาะสมกับสุขภาพของเธอ
.
การที่ Sheri ลดน้ำหนักได้มากขนาดนี้ทำให้เธอคิดถึงตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อน แน่นอนถึงแม้ว่าเธอจะลดน้ำหนักลงได้ แต่วินัยก็ยังเป็นสิ่งที่คงต้องรักษาเอาไว้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่พยายามมาก็จะไม่มีความหมาย จนถึงตอนนี้ Sheri ยังคงมุ่งมั่นออกกำลังกายและพัฒนาร่างกายอยู่เสมอ เธอยังคงท้าทายตัวเองด้วยเพลย์ลิสต์ที่สร้างขึ้นมาด้วยความยาวที่มากกว่าเดิม เพื่อการวิ่งที่ไกลกว่าเดิม
.
“เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น วิ่งเพื่อตัวเอง นี่คือการแข่งขันกับตัวเอง”
“จะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่เรายังได้ก้าวต่อไป เพดานของเมื่อวาน คือพื้นของวันพรุ่งนี้ ท้าทายตัวเองและเติบโตต่อไป” - Sheri Shaw
.
แล้วสำหรับเพื่อน ๆ ล่ะครับ มีเทคนิคหรือแรงบันดาลใจอะไรในการวิ่งกันบ้าง ลองแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองให้เพื่อน ๆ นักวิ่งอ่านกันได้เลยนะ
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee
... See MoreSee Less

วิ่งเปลี่ยนชีวิตไปกับเสียงเพลง
มุ่งมั่นลดน้ำหนักกว่า 100 ปอนด์
.
“เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น วิ่งเพื่อตัวเอง นี่คือการแข่งขันกับตัวเอง”
.
เรื่องราวของ Sheri Shaw สาวอเมริกันวัย 40 ปี ที่การวิ่งสามารถเข้ามาช่วยลดน้ำหนักของเธอลงไปได้กว่า 100 ปอนด์ (45 กิโลกรัม)
.
Sheri บอกว่าเมื่อก่อนช่วงอายุ 20 ปี สำหรับเธอการวิ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่ายนะ เธอวิ่งได้แทบทุกระยะ 5k, 10k หรือ Half เธอก็ผ่านมาแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อชีวิตเดินทางเข้าสู่ช่วง 30 ปลาย ๆ อาการเจ็บปวดต่าง ๆ ก็เข้ามารุมล้อมเธอจนทำให้เธอค่อย ๆ ออกห่างจากการวิ่งในที่สุด 
.
แต่เมื่อมาคิดดูดี ๆ แล้ว Sheri บอกว่ามันน่าจะเป็นเพราะความไม่มีวินัยของเธอเองมากกว่า บวกกับความเครียดความกดดันในหน้าที่การงาน ทำให้เธอไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นน้ำหนักของเธอก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น 
.
Sheri บอกว่าทุกครั้งที่เธอเดินฟังเพลงอยู่ข้างนอกมันทำให้เธอคิดถึงการวิ่ง และน้ำหนักตัวของเธอในตอนนั้นก็สูงขึ้นถึง 298 ปอนด์ (135 กิโลกรัม) ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัดบริจาคไตของเธอเมื่อปี 2001 ดังนั้นในเมื่อบรรยากาศเก่า ๆ เริ่มย้อนกลับมาบวกกับสุขภาพที่เริ่มเสื่อมเพราะไม่ได้ดูแลมันทำให้เธอคิดได้ว่า “ฉันต้องกลับมาวิ่งแล้วล่ะ”
.
สิ่งแรกที่ Sheri เลือกทำคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินซะก่อน และรักษาอาการบาดเจ็บที่เคยทำให้เธอหยุดวิ่งไป หลังจากเธอปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ก็พบว่าน้ำหนักของเธอลดลงถึง 40 ปอนด์ (18 กิโลกรัม)
.
ต่อมาในช่วงต้นปี 2020 เธอเริ่มต้นด้วยการเดินเยอะ ๆ และก็เริ่มวิ่งทุกวันระยะทาง 2 ไมล์ (3.2 กิโลเมตร) ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 30 นาที เธอบอกว่าสิ่งที่ทำให้เธอวิ่งและออกกำลังกายได้อย่างเพลิดเพลินก็คือเพลงในเพลย์ลิสต์ของเธอเอง 
.
เธอใช้เทคนิคส่วนตัวที่ใช้การตั้งใจฟังเพลง และแต่ละเพลงก็ส่งผลต่อการวิ่งทุก ๆ ก้าวของเธอ เพลงแรกผ่านไป เพลงสองเพลงสามค่อย ๆ ผ่านไป รู้ตัวอีกทีระยะทางวิ่งก็ผ่านไปเป็นไมล์แล้วเหมือนกัน ซึ่งเธอไม่เคยทำแบบนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี!
.
หลังจากนั้นเธอก็ซ้อมวิ่งมาโดยตลอดถึงแม้ว่าจะเจอผลกระทบจาก COVID-19 เธอก็ยังไม่หยุดวิ่ง จนในที่สุดน้ำหนักของเธอกดลดลงจาก 298 ปอนด์ (135 กิโลกรัม) เหลือเพียง 190 ปอนด์ (86 กิโลกรัม) เท่านั้น แต่เป้าหมายจริงของ Sheri เธอบอกว่าต้องไปให้ถึง 170 ปอนด์ (77 กิโลกรัม) ให้ได้! ซึ่งเป็นน้ำหนักที่แพทย์แนะนำว่าเหมาะสมกับสุขภาพของเธอ
.
การที่ Sheri ลดน้ำหนักได้มากขนาดนี้ทำให้เธอคิดถึงตัวเองเมื่อ 20 ปีก่อน แน่นอนถึงแม้ว่าเธอจะลดน้ำหนักลงได้ แต่วินัยก็ยังเป็นสิ่งที่คงต้องรักษาเอาไว้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่พยายามมาก็จะไม่มีความหมาย จนถึงตอนนี้ Sheri ยังคงมุ่งมั่นออกกำลังกายและพัฒนาร่างกายอยู่เสมอ เธอยังคงท้าทายตัวเองด้วยเพลย์ลิสต์ที่สร้างขึ้นมาด้วยความยาวที่มากกว่าเดิม เพื่อการวิ่งที่ไกลกว่าเดิม 
.
“เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น วิ่งเพื่อตัวเอง นี่คือการแข่งขันกับตัวเอง”
“จะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่เรายังได้ก้าวต่อไป เพดานของเมื่อวาน คือพื้นของวันพรุ่งนี้ ท้าทายตัวเองและเติบโตต่อไป” - Sheri Shaw
.
แล้วสำหรับเพื่อน ๆ ล่ะครับ มีเทคนิคหรือแรงบันดาลใจอะไรในการวิ่งกันบ้าง ลองแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองให้เพื่อน ๆ นักวิ่งอ่านกันได้เลยนะ
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

ติดตามวิ่งไหนดีผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ . YouTube : bit.ly/youtube_wingnaidee Instagram : www.instagram.com/wingnaidee/ Twitter : twitter.com/WingNaiDee ====================== Website : www.wingnaidee.com ตารางงานวิ่ง : www.wingnaidee.com/event-menu/ ====================== สั่งซื้อสินค้าหลากหลายที่คัดสรรแล้วจากวิ่งไหนดีได้ที่ Shop : wingnaidee-shop.bentoweb.com/th

เชื่อมสัมพันธ์แม่กับลูกด้วยการวิ่ง
.
เนื่องในโอกาสวันนี้เป็นวันแม่ เลยขอหยิบเรื่องราวน่ารัก ๆ ของ Lori Leonard และ Kaci Lickteig สองแม่ลูกนักวิ่งมาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านกันสักหน่อยครับ
.
Lori Leonard (แม่) และ Kaci Lickteig (ลูก) เริ่มวิ่งมาด้วยกันเป็นเวลากว่าสองทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1990
.
ในปี 1990 Lori Leonard ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างกับสุขภาพของเธอโดยมีเป้าหมายคือการสร้างความแข็งแรงให้กับสุขภาพ เธอเริ่มต้นด้วยการเลิกสูบบุหรี่ และพาลูกสาวของเธอ Kaci Lickteig ไปที่โรงยิมเพื่อ “วิ่ง”
.
Kaci Lickteig บอกว่าในช่วงแรกการที่ทั้งคู่ต้องวิ่งด้วยกันมันเป็นอะไรที่ทรมานมาก เพราะว่าจริง ๆ แล้วเธอแทบจะไม่สนิทอะไรกับแม่เธอเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าเธอโตมากับปู่ย่าตายาย แต่เมื่อได้วิ่งกับแม่ของเธอมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นผูกสัมพันธ์ที่ห่างหายไปให้ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มที่จะพัฒนาความสัมพันธ์รวมถึงพัฒนาการวิ่งไปพร้อม ๆ กัน
.
สองแม่ลูกเริ่มฝึกวิ่งในระยะต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันตั้งแต่ระยะ 5k, 10k ไปจนถึงวิ่ง Marathon! แต่หลังจากนั้น Lickteig ก็ต้องแยกกับแม่ของเธอเพื่อไปเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังคงติดต่อและเป็นกำลังให้กันอยู่เสมอ จนในปี 2013 แม่และลูกได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และพวกเธอมาเจอกันในสนามวิ่งนั่นก็คืองาน Boston Marathon ซึ่งทั้งคู่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้พร้อมกันด้วยเวลา 3:57:13
.
ต่อมาดูเหมือนว่าการพัฒนาของ Lickteig จะยังไม่จบลง เธอยังคงอยากที่ก้าวต่อไปเรื่อย ๆ โดยเธอได้เริ่มรู้จักกับการวิ่ง Ultramarathons ซึ่งเธอเชื่อว่าเธอสามารถจบระยะ 50k ได้และเธอก็จบได้จริง ๆ นั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจเพิ่มระดับความเข้มข้นในการวิ่งขึ้นไปอีกขั้น Lickteig พัฒนาได้อย่างรวดเร็วเธอเข้าร่วมแข่งขันในงานใหญ่ ๆ ระดับโลกมากมาย เช่น Ultra-Trail du Mont-Blanc และ Western States
.
การพัฒนาของลูกสาวนั้นทำให้แม่อย่าง Lori Leonard ภูมิใจเอามาก ๆ แต่หากจะให้ไปวิ่งระยะ 100 ไมล์กับลูกสาวของเธอมันคงเป็นอะไรที่บ้าเอามาก ๆ ซึ่ง Leonard บอกว่าเธอไม่เคยคิดที่ลองเลย เพราะว่าเธอแก่มากแล้ว (อายุ 58 ปี)
.
“แม่ของฉันพูดเสมอว่าเธอแก่แล้ว แล้วระยะนั้นมันก็ไกลเกินไป แต่ฉันบอกกับแม่เสมอว่า ไม่ใช่! แม่ทำได้! จนในที่สุดแม่ก็ยอม” - Lickteig (อายุ 33 ปี)
.
Leonard ยอมจำนนต่อการตื้อของลูกสาว เธอลงแข่งวิ่ง 100 ไมล์
.
ทั้งคู่ลงแข่งในรายการ Kettle Moraine 2018 ในคืนวันก่อนการแข่งขัน Leonard รู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก คิดแล้วคิดอีกว่าจะลงแข่งจริง ๆ เหรอ แต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมความกล้าก้าวไปกับลูกสาวของเธอ
.
ตลอดเส้นทาง Lickteig รับหน้าที่เป็น Pacer ให้กับแม่ของเธอ และแน่นอนว่าเธอไม่ยอมให้แม่ของเธอยอมแพ้ ทั้งคู่ก้าวผ่านระยะทางไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง ทั้งคู่พิชิตระยะทาง 100 ไมล์ได้สำเร็จ โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 26 ชั่วโมง 46 นาที 47 วินาที
.
Leonard บอกว่าหลังจบการแข่งขันเธอต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายนานกว่า 7 วัน แต่ถึงอย่างนั้นการวิ่งในวันนั้นกลับทำให้ Leonard มีไฟในการวิ่งเพิ่มขึ้นและเธอก็ยังคงลงแข่งขันต่อเรื่อย ๆ
.
นอกเหนือจากความภูมิใจในชัยชนะที่ทั้งคู่ได้รับแล้ว ดูเหมือนว่าสิ่งที่เป็นรางวัลให้กับสองแม่ลูกจริง ๆ คงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ถึงแม้จะเคยห่างกันไปนานแค่ไหนแต่ “การวิ่ง” ก็ได้เข้ามาเป็นตัวเชื่อมความห่างไกลนั้นให้แนบแน่นจนไม่มีช่องว่างสำหรับคำว่า แม่ และ ลูก อีกต่อไป
.
ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคนนะครับ

.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee
... See MoreSee Less

เชื่อมสัมพันธ์แม่กับลูกด้วยการวิ่ง 
.
เนื่องในโอกาสวันนี้เป็นวันแม่ เลยขอหยิบเรื่องราวน่ารัก ๆ ของ Lori Leonard และ Kaci Lickteig สองแม่ลูกนักวิ่งมาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านกันสักหน่อยครับ 
.
Lori Leonard (แม่) และ Kaci Lickteig (ลูก) เริ่มวิ่งมาด้วยกันเป็นเวลากว่าสองทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1990
.
ในปี 1990 Lori Leonard ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างกับสุขภาพของเธอโดยมีเป้าหมายคือการสร้างความแข็งแรงให้กับสุขภาพ เธอเริ่มต้นด้วยการเลิกสูบบุหรี่ และพาลูกสาวของเธอ Kaci Lickteig ไปที่โรงยิมเพื่อ “วิ่ง”
.
Kaci Lickteig บอกว่าในช่วงแรกการที่ทั้งคู่ต้องวิ่งด้วยกันมันเป็นอะไรที่ทรมานมาก เพราะว่าจริง ๆ แล้วเธอแทบจะไม่สนิทอะไรกับแม่เธอเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าเธอโตมากับปู่ย่าตายาย แต่เมื่อได้วิ่งกับแม่ของเธอมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นผูกสัมพันธ์ที่ห่างหายไปให้ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มที่จะพัฒนาความสัมพันธ์รวมถึงพัฒนาการวิ่งไปพร้อม ๆ กัน
.
สองแม่ลูกเริ่มฝึกวิ่งในระยะต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันตั้งแต่ระยะ 5k, 10k ไปจนถึงวิ่ง Marathon! แต่หลังจากนั้น Lickteig ก็ต้องแยกกับแม่ของเธอเพื่อไปเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังคงติดต่อและเป็นกำลังให้กันอยู่เสมอ จนในปี 2013 แม่และลูกได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และพวกเธอมาเจอกันในสนามวิ่งนั่นก็คืองาน Boston Marathon ซึ่งทั้งคู่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้พร้อมกันด้วยเวลา 3:57:13 
.
ต่อมาดูเหมือนว่าการพัฒนาของ Lickteig จะยังไม่จบลง เธอยังคงอยากที่ก้าวต่อไปเรื่อย ๆ โดยเธอได้เริ่มรู้จักกับการวิ่ง Ultramarathons ซึ่งเธอเชื่อว่าเธอสามารถจบระยะ 50k ได้และเธอก็จบได้จริง ๆ นั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจเพิ่มระดับความเข้มข้นในการวิ่งขึ้นไปอีกขั้น Lickteig พัฒนาได้อย่างรวดเร็วเธอเข้าร่วมแข่งขันในงานใหญ่ ๆ ระดับโลกมากมาย เช่น Ultra-Trail du Mont-Blanc และ Western States
.
การพัฒนาของลูกสาวนั้นทำให้แม่อย่าง Lori Leonard ภูมิใจเอามาก ๆ แต่หากจะให้ไปวิ่งระยะ 100 ไมล์กับลูกสาวของเธอมันคงเป็นอะไรที่บ้าเอามาก ๆ ซึ่ง Leonard บอกว่าเธอไม่เคยคิดที่ลองเลย เพราะว่าเธอแก่มากแล้ว (อายุ 58 ปี)
.
“แม่ของฉันพูดเสมอว่าเธอแก่แล้ว แล้วระยะนั้นมันก็ไกลเกินไป แต่ฉันบอกกับแม่เสมอว่า ไม่ใช่! แม่ทำได้! จนในที่สุดแม่ก็ยอม” - Lickteig (อายุ 33 ปี)
.
Leonard ยอมจำนนต่อการตื้อของลูกสาว เธอลงแข่งวิ่ง 100 ไมล์ 
.
ทั้งคู่ลงแข่งในรายการ Kettle Moraine 2018 ในคืนวันก่อนการแข่งขัน Leonard รู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก คิดแล้วคิดอีกว่าจะลงแข่งจริง ๆ เหรอ แต่สุดท้ายเธอก็รวบรวมความกล้าก้าวไปกับลูกสาวของเธอ 
.
ตลอดเส้นทาง Lickteig รับหน้าที่เป็น Pacer ให้กับแม่ของเธอ และแน่นอนว่าเธอไม่ยอมให้แม่ของเธอยอมแพ้ ทั้งคู่ก้าวผ่านระยะทางไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง ทั้งคู่พิชิตระยะทาง 100 ไมล์ได้สำเร็จ โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 26 ชั่วโมง 46 นาที 47 วินาที
.
Leonard บอกว่าหลังจบการแข่งขันเธอต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายนานกว่า 7 วัน แต่ถึงอย่างนั้นการวิ่งในวันนั้นกลับทำให้ Leonard มีไฟในการวิ่งเพิ่มขึ้นและเธอก็ยังคงลงแข่งขันต่อเรื่อย ๆ 
.
นอกเหนือจากความภูมิใจในชัยชนะที่ทั้งคู่ได้รับแล้ว ดูเหมือนว่าสิ่งที่เป็นรางวัลให้กับสองแม่ลูกจริง ๆ คงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ถึงแม้จะเคยห่างกันไปนานแค่ไหนแต่ “การวิ่ง” ก็ได้เข้ามาเป็นตัวเชื่อมความห่างไกลนั้นให้แนบแน่นจนไม่มีช่องว่างสำหรับคำว่า แม่ และ ลูก อีกต่อไป
.
ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคนนะครับ

.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

จัด MI BAND 4 เป็นของขวัญวันแม่ Smart Watch ราคาเทียบคุณภาพคุ้มเว่อร์​แค่ 600 กว่าบาท Hoorayyy 👇👇 #แม่ช้านต้องมีสุขภาพดี 💖 bit.ly/3gQbZfE

ติดตามวิ่งไหนดีผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ YouTube : bit.ly/youtube_wingnaidee Instagram : www.instagram.com/wingnaidee/ Twitter : twitter.com/WingNaiDee ====================== Website : www.wingnaidee.com ตารางงานวิ่ง : www.wingnaidee.com/event-menu/ ====================== สั่งซื้อสินค้าหลากหลายที่คัดสรรแล้วจากวิ่งไหนดีได้ที่ Shop : wingnaidee-shop.bentoweb.com/th

ชวนแม่ไปวิ่งไปปั่นด้วยกันได้ ถือว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้วครับ

นอกจากดอกมะลิแล้ว แม่ก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการเห็นลูก ๆ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มออกวิ่งเพื่ออะไร ไร้เป้าหมายหรือหมดไฟกันไปแล้ว ให้วันแม่ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ กันอีกครั้งออกมาวิ่งเพื่อตัวเองและคนที่เรารักกันครับ ถ้าให้ดีชวนคนในครอบครัวออกมาวิ่งด้วยกันเลย เพื่อสุขภาพที่ดีกันทั้งบ้านนะฮะ 😊
.
เพื่อน ๆ วิ่งไหนดีคนไหนออกวิ่งเพื่อแม่กันบ้างครับ ขอมือหน่อย 👋
.
#สุขภาพดีเป็นของขวัญให้แม่
#วิ่งไหนดี #wingnaidee
... See MoreSee Less

นอกจากดอกมะลิแล้ว แม่ก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการเห็นลูก ๆ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มออกวิ่งเพื่ออะไร ไร้เป้าหมายหรือหมดไฟกันไปแล้ว ให้วันแม่ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ กันอีกครั้งออกมาวิ่งเพื่อตัวเองและคนที่เรารักกันครับ ถ้าให้ดีชวนคนในครอบครัวออกมาวิ่งด้วยกันเลย เพื่อสุขภาพที่ดีกันทั้งบ้านนะฮะ 😊 
.
เพื่อน ๆ วิ่งไหนดีคนไหนออกวิ่งเพื่อแม่กันบ้างครับ ขอมือหน่อย 👋
.
#สุขภาพดีเป็นของขวัญให้แม่
#วิ่งไหนดี #WingNaiDee

Comment on Facebook

เช้านี้ที่สวนหลวง ร.9 ค่ะ

เช้านี้ที่สวนหลวงได้ต้นมะลิกลับบ้านด้วยค่ะ❤️💙

เช้ามืดวันนี้..ครับ ❤

เช้านี้เพื่อแม่ครับ♥️🥰

วิ่งแล้วจ้า

เขาสลากครับ

วันแม่ 12.08 km 😊😊

ที่ยะลาจ้า

ติดตามวิ่งไหนดีผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ . YouTube : bit.ly/youtube_wingnaidee Instagram : www.instagram.com/wingnaidee/ Twitter : twitter.com/WingNaiDee ====================== Website : www.wingnaidee.com ตารางงานวิ่ง : www.wingnaidee.com/event-menu/ ====================== สั่งซื้อสินค้าหลากหลายที่คัดสรรแล้วจากวิ่งไหนดีได้ที่ Shop : wingnaidee-shop.bentoweb.com/th

วิ่งเพื่อแม่คร้าเช้านี้😂😂😍 12 โล

สุขสันต์วันแม่LongRunตามตารางเพื่อคนที่เรารักครับ😁

เช้านี้วิ่งเพื่อแม่คร้าาา^^

Load more

WingNaiDee Team