#ก้าว ประวัติศาสตร์ ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร กับ ตูน อาทิวราห์

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พี่ตูน ได้เริ่มต้นการวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ กับระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ด้วยเวลาที่กำหนดไว้เพิียง 55 วัน จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทางตอนใต้ของประเทศ ไปจนถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายทางภาคเหนือ

ไม่ได้มีอะไรรอเขาอยู่ที่เส้นชัย แต่เขาก็ไม่ได้วิ่งเพื่อตนเอง พี่ตูนกำลังวิ่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยด้วยการระดมทุนครั้งใหญ่ ด้วยเป้าหมายที่ 700 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ และถ้าคนไทยช่วยกันบริจาคเพียงคนละ 10 บาท เป้าหมายนี้ก็จะไม่ไกลเกินจริง 

นอกจากจะระดมทุนเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลในประเทศไทยแล้ว
อีกจุดประสงค์คือให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพ”
พี่ตูน กล่าว

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าเส้นทางการวิ่งและเป้าหมายการระดมทุนของเขาก็คือความจริงที่ว่าพี่ตูนไม่ใช่นักวิ่งมืออาชีพ แต่พี่ตูนเป็นผู้หลงใหลในการวิ่ง และสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจออกเดินทางครั้งสำคัญในครั้งนี้

เพื่อช่วยให้ตูนบรรลุเป้าหมายได้โดยการเพิ่มศักยภาพและลดการบาดเจ็บระหว่างวิ่ง ไนกี้ได้เชิญพี่ตูนไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่ของไนกี้ ณ เมืองเบเวอร์ตัน รัฐโอรีกอน โดยได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน Breaking2 ของ Nike Sports Research Lab (NSRL) เพื่อมองหาวิธีที่จะช่วยให้เขาวิ่งได้ดีขึ้น นอกจากนี้พี่ตูนยังได้พบกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องรองเท้าและเสื้อผ้า ทางทีมงานได้วิเคราะห์ร่างกายของตูนเพื่อทำความเข้าใจความเร็วในการวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณน้ำและแคลอรี่ที่ต้องการ การพักฟื้น รวมถึงรองเท้าและเสื้อผ้าที่จะมาช่วยเขาตลอดการเดินทางครั้งนี้

สิ่งที่ทีมงานไนกี้ได้ค้นพบก็คือ

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าของไนกี้แนะนำให้พี่ตูนสลับใช้รองเท้าทั้งหมด 5 คู่ ไม่ว่าจะเป็น Nike Zoom Fly หรือ Nike Zoom Vaporfly 4% ตลอดการวิ่ง 55 วันนี้
  • หลังจากจำลองสภาพอากาศของประเทศไทยที่แลบของไนกี้แล้ว (พี่ตูนต้องทดลองวิ่งด้วยอัตราที่กำหนดและใส่เสื้อผ้าที่คาดว่าจะใช้ในการวิ่งจริง) นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างแผนเพื่อกำหนดว่าควรจะดื่มน้ำเมื่อไหร่ ปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด
  • การที่จะวิ่งได้วันละ 50 กิโลเมตร ต่อเนื่องเป็นเวลา 55 วันนั้นต้องใช้พลังงานสูงมากและร่างกายต้องทำงานหนัก นักวิทยาศาสตร์จากทีมไนกี้ได้แนะนำว่าควรรับประทานอาหารประเภทใดระหว่างการวิ่งต่อเนื่องครั้งนี้ 
  • นอกจากนี้ พี่ตูนยังได้รับชุดเซ็นเซอร์เพื่อใส่ระหว่างการวิ่ง เพื่อที่จะได้วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของเขาในทุก ๆ ก้าว ทุกการตอบสนอง และจะนำมาวิเคราะห์กับพี่ตูนทุกๆ 2-3 สัปดาห์

ความมุ่งมั่นของไนกี้ในการช่วยเพิ่มศักยภาพของผมในครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมพยายามมากขึ้นไปอีก
 พี่ตูนกล่าว

 

“เรามีความยินดีที่ได้สนับสนุนตูนในภารกิจครั้งสำคัญครั้งนี้เพื่อแสดงให้คนไทยได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของการวิ่ง ทั้งต่อตัวผู้วิ่งและต่อสังคม” คุณพรรณี ศานติวิวัฒน์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ไนกี้ ประเทศไทย กล่าว “การกระทำของตูนสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เขาแสดงให้เห็นว่ากีฬาสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง”

เพื่อนๆ สามารถติดตามการก้าวครั้งนี้ของพี่ตูนได้ที่นี่

และทางไนกี้ขอเชิญเพื่อนๆ ทุกคนเข้าร่วมวิ่ง 10 กิโลเมตรสุดท้ายไปกับพี่ตูนในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ ณ จังหวัดเชียงราย

ส่วนเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ วันที่ 25 ธันวาคม สามารถร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของพี่ตูนไปพร้อมกับทีมไนกี้ได้ในกิจกรรม Nike Run Club ในเวลาเดียวกับที่ตูนปิดท้ายการวิ่งที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่

   

หากเพื่อนๆ สนใจอาวุธสีแดงสดของพี่ตูนทั้ง Nike Zoom Fly และ Nike Vaporfly 4% สามารถตามไปอ่านรีวิวของวิ่งไหนดีได้ที่ 

Check Also

รีวิว Vertical Marathon เรียกน้ำย่อย ก่อนพบกัน 25 กพ นี้

รีวิว Vertical Marathon เรียกน้ำย่อย ก่อนพบกัน 25 กพ นี้ งาน Vertical Marathon 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *