เทคนิคเด็ด พลิกชีวิตนักวิ่งหน้าใหม่สู่การเป็นนักวิ่งอาชีพ!

บทความประชาสัมพันธ์

“ใครๆ ก็วิ่งได้” ไม่ใช่คำบอกเล่าที่เกินจริงแต่อย่างใด ยิ่งในปัจจุบันที่จังหวะชีวิตแบบเร่งรีบและไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งทำให้สภาพร่างกายของเราสึกหรอลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งโดยส่วนมากก็มักจะเลือก “การวิ่ง” ด้วยเหตุผลที่สามารถเริ่มต้นได้ง่าย วิ่งคนเดียวก็ได้ วิ่งหลายคนก็ดี แถมยังเป็นกีฬาขวัญใจมหาชนที่เรียกได้ว่า จะเหลียวไปทางซ้ายหรือมองไปทางขวา เราต้องได้เห็นหญิงชายสายเฮลตี้หันมาสวมเสื้อผ้าคู่กายบวกกับรองเท้าคู่ใจ แปลงร่างเป็นนักวิ่งกันทุกเช้าทุกเย็นตามสวนสาธารณะและที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งริมถนนบนฟุตบาธด้วยซ้ำ!

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนแถมยังไร้ซึ่งพรสวรรค์ทางด้านกีฬาทุกชนิด และยังไม่รู้จะเริ่มต้นวิ่งยังไงดี วันนี้ โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) จะมาให้คำแนะนำนักวิ่งสมัครเล่น เพื่อเป็นพลังแฝงในการพิชิตกิโลเมตรแรกโดยสวัสดิภาพ และสามารถนำไปอัพเลเวลเป็นนักวิ่งอาชีพที่สามารถพิชิตระยะ 5 กิโลเมตร หรือ 10 กิโลเมตร ได้ง่ายดายแบบที่คุณคาดไม่ถึง!

1. เป้าหมายไม่ได้มีไว้พุ่งชน – การตั้งเป้าหมายในการวิ่งเป็นสิ่งที่ดี ตราบใดที่เป้าหมายนั้นอยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้สำหรับผู้เริ่มต้นวิ่ง แต่การไม่มีเป้าหมายใดๆ ทั้งสิ้นก็ไม่ถือว่าผิดกติกาเช่นกัน เพราะการวิ่งนั้นเป็นกีฬาประเภทเดี่ยว (และหมู่คณะ) ที่ง่ายมากๆ สามารถสร้างสีสันและความสนุกได้ด้วยตัวเราเอง ดังนั้น เป้าหมายจึงอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับนักวิ่งมือใหม่เท่าไหร่นัก ขอเพียงเริ่มออกไปวิ่งเหยาะๆ เบาๆ สักสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆ ละประมาณ 30-40 นาที อาจเป็นที่ยิมใกล้บ้านหรือสวนสาธารณะใกล้ที่ทำงานก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเร็วในการวิ่ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้สุขภาพที่ดี มีภูมิต้านทาน ห่างไกลโรงพยาบาลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และยังอาจได้มิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างเส้นทางมาเป็นของแถมอีกด้วยนะ

2. เรื่องปากท้องต้องไม่พลาด – หากกองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด นักวิ่งก็ต้องวิ่งด้วยท้องฉันนั้น เมื่อขึ้นชื่อว่าการออกกำลังกายแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการใช้พลังงานสูงอย่างแน่นอน ซึ่งการกินอาหารทั้งก่อนและหลังวิ่งนั้นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักหัดวิ่งไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการทานอาหารก่อนออกไปวิ่งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยควรเลือกทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสวย ขนมปัง เนื่องจากเป็นอาหารที่อร่อยย่อยง่าย แถมให้พลังงานที่เหมาะสม หรือหากไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าจริงๆ แล้วล่ะก็ พวกกล้วยหอม ซีเรียลบาร์ หรือ น้ำมะพร้าว ก็พอถูไถ แถมหากินได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปอีกด้วย ส่วนหลังจากวิ่งก็ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ หรือของหวานน้ำตาลสูง เพราะจะทำการวิ่งเพื่อสุขภาพที่อุตส่าห์ทุ่มเททำมานั้นสูญสลายหายหมดไปในทันที

3. น้ำและเกลือแร่สำคัญไม่แพ้กัน – การเสียเหงื่อถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญสำหรับการออกกำลังกายทุกประเภทอยู่แล้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ร้อนระอุมากเป็นพิเศษ ร่างกายของเราจึงขับเหงื่อออกมาในปริมาณท่วมท้น จนทำให้เราต้องแวะดื่มน้ำพักจิบเกลือแร่เป็นระยะ ซึ่งตรงจุดนี้นักวิ่งหน้าใหม่ส่วนมากจะกระหน่ำซัดน้ำลงไปจนเกิดอาการจุกและวิ่งต่อไม่ไหว รวมถึงละเลยการดื่มเกลือแร่ อาจจะด้วยรสชาติที่ไม่ถูกปากหรือความเคยชินที่ดื่มแต่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่ในความจริงแล้ว น้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่ต่างเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ทั้งคู่ โดยเฉพาะนักวิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ ที่อาจใช้เวลานานๆ ในการวิ่งแต่ละครั้งเพื่อให้ครบระยะทางที่ต้องการ จึงสมควรที่จะดื่มน้ำและเกลือแร่แบบพอประมาณทุกๆ 15-20 นาที

4. เร็ว-ช้าตามจังหวะของชีวิต – ผู้เริ่มต้นวิ่งใหม่และนักวิ่งเพื่อสุภาพนั้นอาจจะไม่มีเวลาออกไปวิ่งทุกวันหรือไม่ได้มีความเข้มข้นในการฝึกซ้อมเท่ากับบรรดานักวิ่งสายแข็งอย่างแน่นอน ประกอบกับตารางชีวิตที่มีความแน่นเอี้ยดจนทำให้เราห่างหายจากการวิ่งไปบ้างในบางสัปดาห์ ก็ยิ่งทำให้การไล่ตามเหล่าจรวดทางเลียบรอบๆ ตัวเรา (ทั้งในสนามวิ่งและโลกโซเชียล) เป็นเรื่องที่ไกลออกไปทุกที ซึ่งอันที่จริงแล้วเราควรให้ความสำคัญและตั้งโฟกัสไปที่การวิ่งของเราเท่านั้น ไม่กดดันตัวเองด้วยการเทียบตัวเลขกับเพื่อน แล้วคอยหาเวลาว่างที่ลงตัวกับตารางชีวิตของเราเพื่อออกไปวิ่งเรื่อยๆ จะเป็นการดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าก่อนเข้างานหรือช่วงเย็นก่อนกลับบ้านก็เป็นผลดีต่อตัวเราทั้งนั้น อย่าลืมเลือกสถานที่ที่เหมาะสมและไม่มีอากาศเสีย เพื่อให้ได้ทั้งความสนุกและสุขภาพที่ดีในเวลาเดียวกัน

5. รองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง – ด้วยความที่เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เห็นรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบมาให้จับมิกซ์แอนด์แมตช์กับชุดทำงานได้อย่างลงตัว ทั้งประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีด้านการซัพพอร์ทที่พร้อมจะพาคุณไปพิชิตทุกภารกิจในชีวิตตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น พอเสร็จงานแล้วก็สามารถเปลี่ยนชุดแล้วออกไปวิ่งได้อย่างสะดวกอีกด้วย สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกรองเท้าวิ่งที่มีขนาด รูปทรง ที่ถูกต้องเหมาะสมกับรูปเท้าและพื้นผิวของเส้นทางการวิ่งของเรา เพราะเมื่อเราได้รองเท้าวิ่งที่ใส่สบาย สีสันที่ถูกใจ สามารถตอบโจทย์ชีวิตการวิ่งของเราแล้ว ความอยากใส่ออกไปวิ่งก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียวเชียวล่ะ

และนี่ก็คือเทคนิคง่ายๆ ทำได้ไม่ยากสำหรับนักวิ่งเท้าใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองและต่อยอดไปสู่การวิ่งระยะที่เพิ่มขึ้นไปถึง 5-10 กิโลเมตร หากมีการเตรียมตัวให้พร้อมอย่างมีวินัย ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะวิ่งอย่างสม่ำเสมอ และรองเท้าวิ่งที่เป็นเหมือนพาร์ทเนอร์ร่วมทางของเรา อย่างรองเท้าวิ่งเพียวบูสท์ โก (Pureboost Go) ที่มาพร้อมจะ GO ไปกับนักวิ่งสมัครเล่นในทุกเส้นทาง ด้วยพื้นบูสท์ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีซัพพอร์ทที่ดีที่สุด สวมใส่สบาย และยังมีดีไซน์ที่เรียบง่าย จับคู่กับทุกชุดแต่งกายได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีหลายสีให้เลือกซื้อที่ช็อปอาดิดาสทุกสาขา หรือจะเลือกซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://shop.adidas.co.th/sports/running/shoes.html

Check Also

ฟังเพลงอย่างไรให้วิ่งได้ดี

   เดี๋ยวนี้Fitness Tracker นอกจากจะวัดประสิทธิภาพการวิ่งของเรา ดูตำแหน่ง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ยังสามารถ Sync เพลงจากมือถือมาเก็บไว้ เวลาออกไปวิ่งนอกจากไม่ต้องพกมือถือแล้ว ยังสามารถต่อดูฟัง Bluetooth ไม่ต้องมีสายระโยงระยางให้เกะกะวุ่นวายใจ อย่าง Samsung …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *