ก้าวข้ามข้ออ้าง…แล้วออกมาวิ่งกันเถอะ

ก้าวข้ามข้ออ้าง…แล้วออกมาวิ่งกันเถอะ

หลายๆครั้งเรามักไม่รู้ตัวว่า “เหตุผล” ที่เราใช้ในการไม่ออกไปวิ่ง หรือเว้นการออกกำลังกายจริงๆแล้วมักจะเป็น “ข้ออ้าง” เสียมากกว่า ไม่ใช่ว่าเหตุสุดวิสัยต่างๆเป็นต้นเหตุที่เราไม่ออกไปวิ่งหรอกครับ แต่เป็นเพราะเราขาดแรงบันดาลใจหรือความมุ่งมั่น วันนี้แอดมินรวบรวมข้ออ้างยอดนิยม วิธีแก้ และตัวอย่างการเอาชนะอุปสรรคมาให้ดูครับ ว่าแล้วลองไปดูข้ออ้างที่เรามักนิยมใช้กันเลย…

  1. ไม่มีเวลา

ว่ากันว่าเป็นข้ออ้างอันดับหนึ่งตลอดกาล ก็งานเรายุ่งจริงๆ ไหนจะงานส่วนตัว งานที่ทำงาน งานที่คนอื่นฝากให้ทำ ฯลฯ หลายๆคนมองว่างานเหล่านั้นสำคัญกว่าการออกกำลังกาย แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง มองการออกกำลังกายเป็นเรื่องของการรักษาสุขภาพ จะเห็นว่ามันมีความสำคัญขึ้นมาก เพราะถ้าเราสุขภาพไม่ดี คงไม่มีแรงไปทำงานเหล่านั้น วิธีที่ใช้ได้ดีวิธีหนึ่งคือการเขียนตารางชีวิตของเราว่าวันหนึ่งเราทำอะไรบ้าง แล้วมองหาสิ่งที่เราสามารถตัดมันออกไปได้โดยไม่รู้สึกเสียใจ เช่น นั่งเล่นมือถือก่อนนอน เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนจะมีเวลาเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

  1. เหนื่อย/เพลียมาทั้งวันละ

เพื่อนๆหลายๆคน (มักจะเป็นตอนเย็น) เมื่อนัดกันมาวิ่งแล้วไม่มาเพราะทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน อยากจะพักผ่อนมากกว่า แต่เชื่อไหมครับว่าการวิ่งทำให้ร่างกายเราตื่นตัว กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น บางครั้งที่เราอ่อนเพลียเพราะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ลองหาของว่างนิดหน่อยทานก่อนตัดใจออกตัววิ่ง อาจเริ่มด้วยการเดินก่อนก็ได้ครับ อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ดีคือ จัดตารางชีวิตให้วิ่งตอนเช้าเลย (แต่ห้ามอ้างว่าลุกจากเตียงไม่ไหวนะครับ)

  1. อากาศร้อน…วิ่งไม่ไหว

หลายๆคนบ่นเรื่องอากาศร้อน บางวันฝนตกวิ่งไม่ได้ แต่เชื่อเถอะครับ…ถ้าใจเราอยากวิ่ง เราก็ต้องวิ่งให้ได้ อากาศร้อน…เพราะเราวิ่งผิดเวลาหรือเปล่า ลองวิ่งเช้าขึ้น หรือเย็นลงไหม อาจจะเป็นที่เสื้อผ้าที่เราใส่ บางคนใส่หนาไป รัดไป ทำให้รู้สึกอึดอัด ถ้าฝนตก…แล้วเราหาลู่วิ่งในร่มได้ไหม ไปออกกำลังกายอย่างอื่นในร่ม เช่น ว่ายน้ำ หรือ เข้ายิมก็ได้ครับ 🙂

  1. เบื่อแล้ว

หลายๆครั้งมักจะได้ยินเพื่อนๆที่เริ่มวิ่ง บ่นว่าเบื่อแล้ว แรกๆก็สนุกแต่วิ่งมาได้ซักพักก็เริ่มเบื่อแล้วอ่ะ (โดยเฉพาะเพื่อนๆที่วิ่งบนลู่ 55) แนะนำให้ลองเปลี่ยนที่วิ่งดูครับ หรือไม่ก็ลองสมัครงานวิ่งต่างๆ นอกจากได้วิ่งยังได้เที่ยวอีกด้วย ไม่งั้นก็หาก๊วนวิ่ง งานวิจัยหลายๆชิ้นชี้ว่าการวิ่งเป็นกลุ่มจะทำให้เราตื่นตัวกับการวิ่งมากกว่าวิ่งคนเดียวล่ะครับ

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลหรือข้ออ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่ว่าจิตใจเราเข้มแข็งพอหรือเปล่ามากกว่าล่ะครับ ถ้าเรามีแรงบันดาลใจเพียงพอ การ “ก้าวข้าม” ข้ออ้างเหล่านั้น ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ลองมาดูตัวอย่างของ Kayleigh Williamson กันครับ…ในงาน Austin Marathon 2017 ในขณะที่นักวิ่งเริ่มทยอยเข้าเส้นชัยกันจนหมด มีนักวิ่งเหลืออีกคนที่ค่อยๆเดินๆวิ่งๆ พร้อมเสียงเชียร์ตลอดทาง ไม่ใช่ว่าเธอเป็นดาราหรืออะไร แต่น้องเค้าเป็น Down Syndrome ที่พยายามทำตามความฝันจนเป็นนักวิ่ง Down Syndrome รายแรกที่เข้าเส้นชัยรายการดังกล่าว

แม้จะเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 6 ชั่วโมงกว่า แต่สำหรับเด็กพิเศษที่เป็น Down Syndrome แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่เลย เพราะเด็กพิเศษเหล่านี้นอกจากพัฒนาการทางสมองแล้วร่างกายยังมีแนวโน้มมีปัญหาหลายๆด้านอีกด้วย ทั้งเรื่องของระบบหัวใจ ทางเดินอาหาร เม็ดเลือด รวมไปถึงกระดูกและสายตาด้วย อย่าง Kayleigh นั้น ก่อนหันมาออกกำลังกาย เธอน้ำหนักค่อนข้างมาก แถมยังเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Autoimmune Disorders)  จนต้องผ่าตัดม้ามด้วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำอีกด้วย แต่เมื่อเธอเริ่มออกกำลังกายโดยการวิ่ง ปรากฏว่าจำนวนเกล็ดเลือดเธอเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอาการต่อมไทรอยด์เป็นพิษของเธอก็บรรเทาลง

หลังจากการฝึกฝน ฝึกซ้อมอย่างอดทน ท้ายสุดแล้ว Kayleigh ก็สามารถทำได้ครับ เธอให้สัมภาษณ์กับ TODAY ว่า อย่าให้มุมมองของคนอื่นที่มีต่อเรา ว่าเราสามารถหรือไม่สามารถทำอะไรมากำหนดเราครับ เธออยากไปให้ถึงเส้นชัย เธอทำมันได้ และตอนนี้เธอก็ภูมิใจมากกับความสำเร็จของเธอครับ

เห็นไหมครับ….ขนาดคนที่สามารถหาข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าอย่างอย่าง Kayleigh ยังสามารถออกมาวิ่งได้ แถมยังทำได้ดีอีกด้วย แล้วเพื่อนๆจะรออะไรอยู่….ขอแค่มีกำลังใจ มีความตั้งใจ การวิ่งหรือออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยากครับ หลายๆคนไปมองเพื่อนๆที่เป็นนักกีฬา หรือคนที่วิ่งเป็นประจำแล้วท้อแท้ จริงๆแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำขอแค่ประมาณ 150 นาทีต่ออาทิตย์ หรือวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 5 วัน เองครับ ผลการวิจัยต่างก็ยืนยันว่าการวิ่งเป็นประจำช่วยป้องกันโรคอ้วน โรคเบาหวาน(ประเภท2) โรคหัวใจ ความกันสูง เส้นเลือดอุดตัน รวมไปถึงมะเร็งบางประเภท อีกด้วยนะครับ

สำหรับเพื่อนๆที่รักการวิ่ง ห่วงสุขภาพ แอดมินอยากเชิญชวนให้มางาน Healthy Living Day ที่รวมเรื่อง Healthy ต่างๆมาไว้ในงาน ทั้ง Health Talk ที่มีทอล์คโลว์จาก Speaker 4 ท่าน 4 มุมมอง ตั้งแต่คุณหนุ่ย นันทกานต์ นักร้องสาวที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งจนเอาชนะมาได้ คุณแซมมี เคาวเวลล์ นักแสดงผู้ดูแลคุณพ่อที่ปวยเป็นโรคมะเร็ง  คุณหมออ้อม พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป ที่ศึกษาเรื่องการทำอาหาร กับ มะเร็ง และ พญ. พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งโดยตรง

 

นอกจากนั้นยังมี Healthy Mart ที่รวบรวมอาหารและสินค้าออร์แกนิคมาไว้ในงาน ทั้งพืชผักปลอดสารพิษ และสินค้าชุมชนจากเกษตรกรตัวจริง Healthy Play ที่ให้เพื่อนๆได้เรียนรู้การทำอาหารเพื่อสุขภาพรูปแบบต่างๆด้วยตนเอง ผ่าน workshop ต่างๆ และปิดท้ายด้วย Healthy Share ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งต่อความสุขไปยังผู้อื่น ทั้งผู้ป่วยมะเร็ง และ เด็กๆในสถานดูแล

 

Healthy Living Day วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2017 ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ 

เพื่อนๆสายเฮลตี้พลาดไม่ได้…สามารถสามารถติดต่อซื้อบัตรเข้าร่วม Healthy Talk : ทอล์คโชว์มุมมองสุขภาพดีแบบไม่มีเงื่อนไข มูลค่า 200 บาทได้ แค่ โทร. 084-444-1374 หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.healthyliving.in.th/detail.aspx?id=116904

#HealthyLivingDay #AllianzAyudhya #อลิอันซ์อยุธยา

[บทความประชาสัมพันธ์]        

Check Also

อยากวิ่งให้ได้ดีที่สุด….ลองใช้เทคนิคนี้ดู :)

               เพื่อนๆอาจจะมีประสบการณ์ท้อใจว่าวิ่งอย่างไรก็ไม่ได้ดี เหนื่อยง่าย หมดแรงเร็ว ตั้งใจว่าจะวิ่งให้ได้เท่านั้นเท่านี้ ก็วิ่งไม่ได้ซักที หลายๆคนโทษเรื่องร่างกายว่าอ้วนแบบนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างคนอื่น จะได้วิ่งได้เป็นสิบๆกิโล แต่เชื่อไหมครับ การวิ่งให้ได้ดี…ร่างกายเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แรงใจกับความมีวินัยต่างหากที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพื่อนๆสามารถวิ่งได้ดีที่สุด แอดมินมีเทคนิคจาก Dane Rauschenberg …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *