สนุกไปกับทุกจังหวะการวิ่งด้วย HUAWEI FreeBuds 3

สนุกไปกับทุกจังหวะการวิ่งด้วย HUAWEI FreeBuds 3

การได้ออกไปวิ่งพร้อมกับเสียงเพลงที่เราชื่นชอบนั้นเป็นอะไรที่มีความสุขมากเลยว่าไหมครับเพื่อน รู้ไหมครับว่าการฟังเพลงระหว่างวิ่งนอกจากจะมอบความสุขความเพลิดเพลินให้กับเราตอนวิ่งแล้ว การฟังเพลงระหว่างวิ่งยังส่งผลถึงการวิ่งของเราอีกด้วยนะ ซึ่งแน่นอนว่าเคยมีผลการศึกษาสำหรับเรื่องนี้ออกมาด้วยล่ะว่าการฟังเพลงระหว่างวิ่งนั้นให้ประโยชน์กับนักวิ่งหลายอย่างเลยครับ เช่น ช่วยสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่เราทำ, ช่วยลดความรู้สึกในการใช้แรง, กระตุ้นให้ออกกำลังกายอย่างต่อเรื่อง เป็นต้นครับ และนอกจากนี้แนวเพลงต่าง ยังส่งผลกับการวิ่งของเราอีกด้วยนะ ยกตัวอย่างเพลงแนว Motivational Music (ปลุกใจ) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งของเราได้ หรือเพลงที่มีจังหวะเร็วหัวใจของเราก็จะเต้นเร็วตามไปด้วย หรือถ้าเป็นเพลงที่เราชอบสามารถร้องตามได้ก็จะยิ่งสร้างสมาธิและทำให้การวิ่งของเราดีขึ้นไปอีกครับ

จะเห็นว่าการฟังกับการวิ่งนั้นเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างดีเลย ซึ่งส่วนตัวแอดก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลงระหว่างวิ่งมาก เลยนะ หากใครที่เป็นคนชอบฟังเพลงระหว่างวิ่งเหมือนแอด แอดแนะนำให้ใช้หูฟังแบบ True Wireless นะครับ เพราะว่าหูฟังแบบ True Wireless นั้นค่อนข้างที่จะเพิ่มความคล่องตัวให้กับนักวิ่งอย่างมากเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวิ่ง การสวมใส่ หรือ การคอนโทรลเพลงของเราก็สามารถทำได้ง่าย สำหรับหูฟังแบบ True Wireless ในยุคนี้ก็มีให้เพื่อน เลือกซื้อหลากหลายรูปแบบหลากหลายราคาเลยครับ แต่วันนี้แอดจะขอแนะนำเป็นหูฟัง True Wireless ที่แอดคิดว่าใส่วิ่งแล้วโอเคมาก เลย นั่นก็คือ HUAWEI FreeBuds 3 ครับ

สำหรับเจ้า HUAWEI FreeBuds 3 เป็นหูฟัง True Wireless ของทางค่าย HUAWEI ที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ล่าสุด ต้องบอกว่าเป็นหูฟัง True Wireless ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้งานได้แบบหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต้องการใช้งานแค่ดูหนังฟังเพลงทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือ คนที่รักการออกกำลังกายก็สามารถใส่ได้แบบลงตัวมาก HUAWEI FreeBuds 3 มาในรูปแบบหูฟัง’ Earbuds’ ที่มีการดีไซน์ตัวหูฟังในแบบ Dolphin Bionic ซึ่งเป็นการดีไซน์ตามหลักของหลักสรีรศาสตร์ทำให้ผู้สวมใส่สามารถสวมใส่ได้แบบง่ายสบายและรับประสบการณ์การฟังเพลงแบบไม่ติดขัดกับการสวมใส่ในทุกกิจกรรม ในด้านของระบบสัญญาณนั้นใช้สัญญาณเชื่อมต่อด้วย ‘bluetooth 5.1’ รองรับระบบ Wireless Charging รวมถึงยังมี Low latency เพื่อลดอาการดีเลย์ของสัญญาณซึ่งจะทำให้ทุกกิจกรรมของผู้สวมใส่ไม่เกิดอาการเสียงดีเลย์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ ‘Aerodynamic Mic Duct Design’ ที่ช่วยลดเสียงลมที่ผ่านเข้ามาในหูฟังได้ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์ของคนที่ชอบวิ่งมาก และนอกจากนี้ยังมีระบบตัดเสียงรบกวน ‘Active Noise Canceling’ ที่สามารถสร้างประสบการณ์การฟังเพลงที่แปลกใหม่ให้กับคนใช้หูฟัง’ Earbuds’ ในแบบที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน และนี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นเดี๋ยวเรามาดูความรู้สึกหลังจากลองใช้งานตอนวิ่งจริง กันครับว่าเป็นยังไง

ความรู้สึกหลังใช้งาน

สำหรับการใส่วิ่งนั้นต้องบอกว่าค่อนข้างพอใจเลยครับ ใส่ง่ายสบายหูมาก ด้วยความที่เป็นหูฟัง Earbuds ปกติแล้วก็จะมีความเฟรนลี่ต่อหูผู้สวมใส่สูงอยู่แล้ว และอย่างที่บอกว่ามีการดีไซน์แบบ Dolphin Bionic ซึ่งทำให้ขณะที่ใส่รู้สึกสบายหูมาก และถึงแม้จะใส่สบายแต่ก็ให้ความรู้สึกที่แน่นไม่หลวมไม่กลัวหลุดแต่อย่างใด ในเรื่องของการรับส่งสัญญาณระหว่างวิ่งก็ทำได้ดีครับไม่มีอาการสัญญาณหลุดกวนใจเลย และที่เคยบอกไว้ในข้อมูลข้างต้นที่บอกว่ามีระบบ ‘Aerodynamic Mic Duct Design’ กับ ‘Active Noise Canceling’ ซึ่งเจ้าระบบทั้ง 2 นั้นทำหน้าที่ได้ดีเลยครับ Aerodynamic Mic Duct Design ทำหน้าที่ตัดเสียงลมขณะที่เราวิ่งทำให้ระหว่างที่วิ่งเรามีสมาธิอยู่กับเพลงอยู่กับการวิ่งของเราได้แบบไม่เสียสมาธิเพราะเสียงลมเลย และ Active Noise Canceling เป็นระบบที่ต้องใช้ ‘App AI Life’ ของทาง HUAWEI เข้ามาปรับตั้งค่าตัว HUAWEI FreeBuds 3 ให้ตัดเสียงระบบกวนออกไป ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการตั้งค่าที่ไม่เหมือนกัน หลังจากแอดลองปรับให้เข้ากับหูแอดแล้วรู้สึกเลยว่าเงียบขึ้นมาก ปกตินั่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงแอร์ดังพอมี Active Noise Canceling แล้วทำให้ได้ยินเสียง Ambient เบาลงมาก ครับ หรือเมื่อใส่ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็น Indoor เราจะรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาก ๆ เลย แอดคิดว่าฟังก์ชัน Active Noise Canceling เหมาะมาก กับการใส่ไปทำกิจกรรม Indoor ครับ

สุดท้ายนี้จะพูดถึงการใช้งานต่าง ในชีวิตประจำวันหลังจากวิ่งเสร็จหน่อยนะครับ มาเริ่มกันที่เรื่องเสียงแล้วกันหากพูดถึงหูฟังจะไม่พูดถึงเรื่องเสียงก็คงไม่ได้ แต่ข้อนี้เอาตามตรงแอดว่าเป็นเรื่องของรสนิยมซะมากกว่านะ แต่ละคนก็มีคำว่าเสียงดีที่แตกต่างกันออกไปสิบปากกว่าไม่เท่าหูฟัง เอาเป็นว่าส่วนตัวแอดสำหรับเจ้า HUAWEI FreeBuds 3 ถือว่าเป็นหูฟังที่ให้เสียงที่ถือว่าโอเคในระดับนึงเลยล่ะ ให้เสียงเบสมาพอดีไม่น้อยไม่ล้นจนเกินไป เสียงกลางและรายละเอียดเครื่องดนตรีก็ทำได้ดีครับ แอดว่าระบบ Active Noise Canceling นี่ช่วยให้ฟังเพลงสนุกขึ้นเยอะเลยนะ

ต่อมาสำหรับใครที่ชอบดูหนังฟังเพลงเล่นเกมด้วยหูฟัง True Wireless ล่ะก็ จากที่แอดลองใช้งานหลังวิ่งเสร็จก็มีนั่งเล่นเกมหรือดูยูทูปบ้าง สิ่งที่รู้สึกได้คือภาพและเสียงตรงกันไม่รู้สึกดีเลย์เลยครับ นอกจากฟังเพลงแล้วเราก็ยังใช้ร่วมกับกิจกรรมอื่น ของเราได้แบบไม่ติดขัดให้เสียอารมณ์เลยล่ะ ในส่วนของสิ่งที่เหมือนจะไม่ค่อยได้ใช้งานแต่จริง แล้วกลับได้ใช้งานบ่อยมากอย่างการคุยโทรศัพท์นั้นก็ถือว่าโอเคครับ ส่วนตัวแล้วแอดไม่ได้ซีเรียสกับจุดนี้มากนักแต่เท่าที่ใช้งานมาคือไม่มีการติดขัดในการสนทนาแต่อย่างใด ได้ยินและตอบกลับได้แบบชัดเจนครับ

สรุปก็คือหลังจากลองใส่ HUAWEI FreeBuds 3 ออกไปวิ่งพบว่าเป็นหูฟังที่ใส่ง่ายใส่สบาย เราสามารถโฟกัสกับการวิ่งของเราได้ดีมาก ไม่มีความรำคาญจากสัญญาณที่ติด ดับ แต่อย่างใด ตัวหูฟังตัดเสียง Ambient ที่เราไม่ต้องการออกได้ดีทำให้การฟังเพลงกับการวิ่งของเรารู้สึกสนุกเป็นส่วนตัวมาก ครับ

สำหรับเจ้า HUAWEI FreeBuds 3 ราคาอยู่ที่ 4,990 บาทเท่านั้น มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ดำ, ขาว ซึ่งบอกตามตรงว่าเป็นหูฟัง True Wireless คุณภาพสูงที่คุ้มค่ากับราคามาก ครับ หากเพื่อน สนใจอยากเป็นเจ้าของ HUAWEI FreeBuds 3 สามารถไปหาซื้อกันได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเลยครับผม

Check Also

ถอดรหัส เคล็ด (ไม่) ลับ การฝึกวิ่งของชาว “เคนย่า”

หากพูดถึงชนชาติที่สามารถวิ่งได้รวดเร็วระดับโลกแล้ว จะไม่พูดถึงชาว ‘เคนย่า’ คงจะไม่ได้ เพราะว่านักวิ่งระดับโลกหลาย ๆ คนก็เป็นชาวเคนย่าด้วยกันทั้งนั้น เพื่อน ๆ สงสัยกันบ้างไหมครับว่าทำไมชาวเคนย่าถึงสามารถวิ่งได้เร็วนัก.. อาจเป็นเพราะชาวเคนย่านั้นมีข้อเท้าและน่องที่เล็กกว่าปกติ หรือเพราะมีค่า Body Mass Index …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *