ต้องรู้…CPR ไม่ยาก เพิ่มอัตรารอดชีวิตได้ 3 เท่า!!!

                เพื่อนๆคงเคยได้ยินข่าวเรื่องนักวิ่งหัวใจวายเสียชีวิตอยู่บ่อยๆ ช่วงหลังๆไม่ใช่แค่นักวิ่ง แต่คนเดินถนนทั่วไปบางครั้งก็มีสิทธิหัวใจวายได้ต่อหน้าต่อตาพวกเรา  ว่ากันว่า…การเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันแบบนี้จะมีแนวโน้มให้เราได้เห็นได้บ่อยขึ้นแน่นอน!!! เพราะประเทศไทยเรามีอัตราป่วยและตายด้วยสาเหตุจากโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดก็เพิ่มขึ้น และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการเจ็บหน้าอกและกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

                บางคนอาจจะคิดว่าการช่วยชีวิตเบื้องต้นที่เรียกว่า CPR เป็นเรื่องไกลตัว ยาก ไม่กล้าทำ แต่เชื่อไหมครับว่าสถิติจากสมาคมหัวใจอเมริกัน (American Heart Association: AHA) พบว่าการทำ CPR อย่างถูกวิธีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต (Survival Rate) ได้ถึง 3 เท่า!!! ไม่ว่าใครก็คงอยากมีชีวิตรอดมากขึ้น 3 เท่าใช่ไหมล่ะครับ

  

คำถามแรกที่เพื่อนๆอาจจะสงสัยก่อนจะทำ CPR คือ…แล้วเราควรทำ CPR เมื่อไหร่? จริงๆแล้วเมื่อพบเจอคนล้มนอนอยู่ ให้พยายามตบไหล่ทั้งสองข้าง หากเค้าหายใจเองได้ ยังรู้สึกตัวอยู่ ให้จัดท่านอนตะแคง แล้วขอความช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องทำ CPR นะครับ แต่หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ต้องทำ CPR ทันทีครับ  

หลักพื้นฐานการทำ CPR คือ C-A-B ครับ ได้แก่

Compression (C) – กดหน้าอก เพื่อนวดหัวใจ

Airways (A) – ตั้งศีรษะของผู้ป่วยให้ตรง แล้วเชยคางเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจ

Breathing (B) – ช่วยหายใจด้วยการประกบปาก แล้วเป่าลมเข้าไป

สิ่งที่อาจจะค้างคาใจสำหรับเพื่อนๆ หลายคน (รวมถึงแอดมิน) คือ “การประกบปาก”  เพราะ  American Heart Association (AHA) เค้าก็พบว่าสาเหตุสำคัญที่คนอเมริกันกว่า 300,000 คนที่หัวใจวายเฉียบพลันในที่สาธารณะได้รับการช่วยเหลือเพียง 1 ใน 3 เพราะ ปัญหาการ “mouth-to-mouth” นี่ล่ะครับ  AHA เค้าเลยลองหาวิธีที่สะดวกจะฝึก และ สะดวก(ใจ)ที่จะทำ จนออกมาเป็น  Chest-Compression only CPR หรือ CCR (บางที่เรียก Hand-only CPR) นั่นคือการข้ามขั้นตอนการ mouth-to-mouth ไปเลย โดยจำง่ายๆ 2 ขั้นตอนครับว่า 1. โทรเรียกรถพยาบาล และ 2. ปั้มหัวใจด้วยมืออย่างเดียว

 ซึ่งผลการศึกษาหลายที่ก็พบว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ CPR อาจจะเพราะว่าคนที่เข้ามาช่วยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

                จุดที่อยากจะเน้นสำหรับวิธีการช่วยชีวิตแบบนี้คือ “การกดหน้าอกอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Chest Compression)” นั่นคือ

  1. ตำแหน่งที่กด: นั่งคุกเข้าข้างผู้ป่วย วางสันมือข้างหนึ่งตรงกลางหน้าอก (ระดับเดียวกับหัวนม) แล้ววางมืออีกข้างทับประสานไว้
  2. กดด้วยความเร็วที่เหมาะสม: อัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที
  3. กดลึกอย่างพอเพียงเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ: อย่างน้อยประมาณ 5 cm
  4. ให้หน้าอกคืนตัวอย่างเต็มที่ก่อนจะทำการกดครั้งต่อไป
  5. กดอย่างต่อเนื่อง

                ถ้าให้เลือกได้ คงไม่มีใครอยากทำ CPR เพราะนั่นคือเป็นความตายอยู่ตรงหน้า แต่ชีวิตเรามักเลือกไม่ได้หรอกครับ และถ้าเป็นไปได้…เมื่อความรับผิดชอบมาอยู่ตรงหน้า เราคงอยากทำ CPR ได้ถูกวิธีมากกว่าใช่ไหมครับ 🙂

แปลและเรียบเรียงโดย ทีมงานวิ่งไหนดี

ที่มา

The Case Against Mouth-to-Mouth Resuscitation, TIME

Hands-only CPR as effective as traditional, studies show, CNN

สุภามาศ ผาติประจักษ์, ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ การรับรู้สมรรถนะของตนเองใน การปฏิบัติการช่วยฟื้นชีวิตขั้นพื้นฐาน และความสามารถในการกดหน้าอก ในนักศึกษาพยาบาลระดับปริญญาตรี

 

Check Also

กว่าจะเป็น Eliud Kipchoge จากลู่วิ่งสู่ถนนแห่งมาราธอน

Eliud Kipchoge ในวัย 33 ปี ได้สร้างสถิติโลกการวิ่ง Full Marathon ไว้ที่เวลา 02:01:39 สนาม BMW Berlin Marathon 2018 …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *