5 นิสัยควรหลีกเลี่ยงสำหรับนักวิ่ง

 

 

เพื่อนๆแต่ละคนมีแนวทางการฝึกซ้อมแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่มักจะโฟกัสกับการซ้อมเพื่อพัฒนา “การวิ่ง” ให้ดีทีสุด วิ่งให้ได้มากๆเยอะๆ จนอาจจะลืมไปว่าการจะวิ่งให้ได้ดีนั้น เราต้องคอยสังเกตพฤติกรรมหรืออุปนิสัยต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งเรื่องของการเตรียมตัว การพักผ่อน การรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ ฯลฯเพื่อจะทำให้เราสามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเพื่อนๆที่มีลักษณะหรืออุปนิสัยต่อไปนี้ อาจจะลองปรับตัว หมั่นสั่งเกตตัวเอง จะวิ่งได้ดีขึ้นอีกมากๆเลย

 

1. วิ่งมากเกินไป
เพื่อนๆบางคนคิดแต่ว่าต้องวิ่งให้ได้เยอะๆ แต่การฝืนร่างกายเกินไปจะทำให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนๆที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ พอกลับมาวิ่งแล้วคิดว่าจะวิ่งในระดับเดิมได้เลย ทางที่ดีควรจะค่อยๆปรับตัวทีละนิด หลักมาตรฐานคือค่อยๆเพิ่มระยะอาทิตย์ละ 10 เปอร์เซ็นต์ และอย่าฝืนถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ยังมีหนทางวิ่งอีกยาวไกล ดีกว่าต้องมาเจ็บกันยาวๆนะถ้าให้ดีควรวางแผนการวิ่งให้เหมาะสม หา Fitness Tracker ที่มีการเก็บข้อมูลสถิติที่ผ่านมาว่าวิ่งไปได้เท่าไหร่ บางคนไม่ได้จับระยะทางวิ่ง คิดแต่ว่าจะวิ่งให้ได้มากที่สุด กลายเป็นทำให้อาการบาดเจ็บกลับมาเป็นหนักกว่าเก่าก็มี

 

2. ดื่มน้ำมากไป/น้อยไป
เพื่อนๆคงเคยได้ยินอาการ Dehydration โดยเฉพาะนักวิ่งระยะไกลๆซึ่งเสียเหงื่อจากการวิ่งเยอะ จนเกิดอาการขาดน้ำ อาจจะวิงเวียนศีรษะ และ เป็นลมได้ ส่วนเพื่อนๆที่ทานน้ำมากไปก็ไม่ใช่ว่าจะดีนะ เพราะอาจเกิดอาการ Over-Hydration ได้เหมือนกัน เพื่อนๆสามารถอ่านได้จากบทความนี้เลยครับ (goo.gl/20zw2C) นอกจากนั้นเรื่องอาหารการกินก็สำคัญหลังการออกกำลังกายหนักๆ ร่างกายเราต้องการสารอาหารเพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยังไงก็อย่าลืมทานอาหารที่มีโปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้หลงลืมอาจหา Fitness Tracker ซักอันช่วย monitor ว่าเราทานอะไรบ้าง บางคนจะตกใจว่าวันๆหนึ่งเราทานอะไรแย่ๆขนาดนี้เลยเหรอ

.

3. ไม่พัฒนากล้ามเนื้อ
เพื่อนๆหลายคนอาจเห็นว่าไม่จำเป็น แต่เพื่อนๆที่ต้องการวิ่งจริงจัง การพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆมีความสำคัญมากๆนะ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscle) ทั้งนี้เนื่องจากการวิ่งที่ดีนั้น เพื่อนๆต้องมี Running Form หรือ ท่าวิ่ง ที่ถูกต้อง (เพื่อนๆที่สนใจสามารถอ่านได้ที่ http://goo.gl/zmxt9j) ซึ่งกล้ามเนื้อ Core มีความสำคัญมากในการรักษาท่าวิ่งที่ดีล่ะครับ

4. นอนหลับไม่เพียงพอ
เพื่อนๆที่มีวิถีการใช้ชีวิตแบบ Work Hard Play Hard จนลืมความสำคัญของการพักผ่อนให้เพียงพอ อาจเสี่ยงต่ออันตรายจนถึงชีวิตได้นะ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากจะทำให้เราไม่สดชื่นแล้ว ยังทำให้ประสิทธิภาพการวิ่งลดลง ภูมิคุ้มกันต่ำลง และการฟื้นฟูร่างกายแย่ลงด้วยเพื่อนๆ อาจใช้ fitness tracker ช่วยบันทึก และวิเคราะห์คุณภาพการนอนของเรา อย่าง Samsung Gear Fit2 Pro เค้ามีฟังก์ชั่นช่วย Track การนอนให้เพื่อนๆได้คอยเตือนตัวเองว่าเรานอนเพียงพอหรือไม่ จำไว้ว่าการพักผ่อนมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการฝึกฝนเลย

 

5. ฝึกซ้อมอย่างเดียวแบบไม่พัก
การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปจะนำมาซึ่งปัญหาหลายๆอย่างตามมาได้ ตั้งแต่อาการบาดเจ็บ วิ่งได้ช้าลง จนไปถึงอาการป่วย และลามไปถึงหมดกำลังใจได้ครับ โปรแกรมการฝึกซ้อมควรจะต้องมี Rest Day หรือวันพัก และ Easy-Effort Day หรือ วันซ้อมเบาๆ ในโปรแกรมซ้อมด้วยครับ การซ้อมหนักจนเกินไปจนไม่มีเวลาพัก แทนที่จะทำให้วิ่งได้ดีขึ้น กลับเป็นแย่ลงได้นะ
.
พฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าเพื่อนๆระมัดระวังหมั่นสำรวจตัวเองจะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงได้ไม่ยากเลย ทั้งดูว่าเราวิ่งมากเกินไปหรือเปล่าเมื่อเทียบกับสภาพร่างกายของเรา เราทานน้ำมากหรือน้อยไปไหม ได้มีการ workout เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อหรือไม่ ที่สำคัญการพักผ่อนของเราเป็นอย่างไร เรานอนหลับเพียงพอ หรือ ฝึกซ้อมแบบไม่ได้พักหรือเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้เรา “รู้สึก” ไปเอง สมัยนี้มี Fitness Tracker ที่นอกจากจะช่วยวัดระยะการวิ่งแล้ว ยังช่วยบันทึกกิจกรรมต่างๆที่เราทำอย่าง Samsung Gear Fit2 Pro ที่มี Function & Feature ต่างๆที่ช่วยเรา Monitor กิจกรรมต่างๆของเราได้ แนะนำให้ลองปรับทีละพฤติกรรม ไม่จำเป็นต้องดูพร้อมกันหมดนะครับ เพราะการบีบตัวเองมากเกินไปกลายเป็นกดดันตัวเอง และจะกลายเป็นเครียดไป จำไว้ว่าเราเริ่มวิ่งเพราะอยากรู้สึกดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลงนะครับ
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/2wX2dpR   

Check Also

เคล็บลับสำหรับวิ่งหน้าร้อน

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งสายแข็งหรือมือใหม่หัดวิ่ง สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับการวิ่งในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนอยากจะหยุดวิ่งกันดื้อๆ แล้วไปหลบแดดแช่แอร์ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกที่ออกจากร่มเงา การวิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้น นอกจากจะต้องใช้พลังกาย (และพลังใจ) มากกว่าปกติแล้ว ยังต้องใช้ความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษด้วย นั่นก็เพราะว่าแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงนั้นจะทำให้ร่างกายของเราทำงานหนักจนออกอาการเหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ เช่น จากเดิมที่วิ่งเพซ 6 ได้สบายๆ กลับกลายเป็นว่าต้องใช้พลังงานและหยาดเหงื่อที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมถึงตัวเลข …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *