เจ็บเข่าแต่ต้องฝืน ทำไงดี!!!

shutterstock_210590824

เราอาจจะเข้าใจมาตลอด (รวมทั้งแอดมิน) ว่าวิ่งๆอยู่แล้วเกิดอาการบาดเจ็บแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย หากจำเป็นต้องฝืนจริงๆ ควรวิ่งช้าๆไปเรื่อยๆดีกว่า แต่ผลการศึกษาล่าสุดอาจจะทำให้เพื่อนๆหลายคนแปลกใจได้ครับ เนื่องจากนักวิจัยเดนมาร์คพบว่แรงสะสมที่เข่าจากการวิ่งเร็วจะน้อยกว่าการวิ่งช้าครับ เน้นว่าเป็นแรงสะสมนะครับ(ไม่ใช่แรงต่อการก้าวครั้งหนึ่ง)

การที่แรงสะสมเกิดน้อยกว่าบริเวณเข่าในการวิ่งเร็วๆนั้น เนื่องจากในระยะทางที่เท่ากัน จำนวนก้าวที่ใช้ในการวิ่งเร็วๆจะน้อยกว่าการวิ่งช้าๆมากครับ แม้การลงเท้าแต่ละครั้งนั้น…การวิ่งเร็วๆจะเกิดแรงที่เข่ามากกว่า แต่เนื่องจากถ้ามองภาพรวม….กว่าจะถึงจุดหมายเราไม่ได้วิ่งกันก้าวเดียวนี่ครับ!!! นักวิจัยเค้าเลยลองหาผลรวมของแรงสะสมที่เกิดที่เข่าจากการวิ่งด้วยความเร็วต่างๆกัน (8,12 และ 16 km/hr) ในระยะทาง 1 กิโลเมตรครับ ผลปรากฎว่าแรงสะสมที่กระทำต่อเข่าในการวิ่งช้าๆสูงกว่าการวิ่งเร็วๆถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ล่ะครับ

 

footstrike-patterns-in-running

 

ขอเน้นนะครับว่าผลการศึกษานี้เฉพาะนักวิ่งที่ลงเท้าด้วยส้นเท้าและไม่งอเข่าเท่านั้น เพราะแรงจะส่งถึงเข่าโดยตรง (ถ้าใครสนใจเรื่องการลงเท้าในการวิ่งลองอ่านได้จากบทความนี้ครับ http://goo.gl/3BGv5w) นอกจากนั้นยังเป็นอาการบาดเจ็บที่เข่าเท่านั้นนะครับ สำหรับเพื่อนที่บาดเจ็บในบริเวณเอ็นร้อยหวาย การวิ่งช้าๆจะช่วยลดแรงได้ดีกว่านะครับ แต่จะให้ดีที่สุด ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าฝืนดีกว่าครับ เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ บทความนี้ตั้งใจให้ความรู้เป็นทางเลือกในกรณีที่เพื่อนๆจำเป็นต้องฝืนวิ่งต่อจริงๆครับ 🙂

แปลและเรียบเรียงโดย ทีมงานวิ่งไหนดี

ที่มา
C. Kuzma, Running Faster Could Prevent Knee Strain, Runner’s World DECEMBER, 2015

Check Also

กว่าจะเป็น Eliud Kipchoge จากลู่วิ่งสู่ถนนแห่งมาราธอน

Eliud Kipchoge ในวัย 33 ปี ได้สร้างสถิติโลกการวิ่ง Full Marathon ไว้ที่เวลา 02:01:39 สนาม BMW Berlin Marathon 2018 …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *