เทคนิคสังเกตภาวะอาการขาดน้ำ (Dehydration) อย่างง่าย

ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆๆๆๆ ภาวะอาการขาดน้ำหรือ Dehydration เป็นอาการที่พบได้ในนักวิ่งทั่วไปครับ เนื่องจากขณะออกกำลังกายร่างกายเราสูญเสียน้ำมากกว่าปริมาณที่ได้รับ  แต่หากขาดน้ำมากๆและไม่ได้รับการทดแทนอย่างเพียงพอก็อาจเกิดอันตรายตามมาได้นะครับ ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนมากๆไม่ควรเสี่ยงนะครับ วันนี้ “วิ่งไหนดี” เลยมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆให้เพื่อนๆลองสังเกตอาการตัวเองว่าอยู่ในภาวะ Dehydration ที่อันตรายหรือไม่กันครับ

 

1. อัตราการเต้นของหัวใจ

อัตราการเต้นของหัวใจย่อมเพิ่มขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วในช่วงที่เราออกกำลังกายครับ ลองหมั่นสังเกตอัตราการเต้นของหัวใจของตนเองแล้วจะทราบว่า Heart Rate เราอยู่ที่ระดับประมาณไหนในการออกกำลังกายระดับต่างๆนะครับ ถ้าเกิดพบว่า Heart Rate ของตนเพิ่มขึ้นสูงกว่าอัตราที่ควรจะเป็นประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที อันนี้เริ่มเป็นสัญญาณอันตรายแล้วครับ เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าหัวใจเรากำลังทำงานหนักจากการที่ปริมาณเลือดเราลดลงจากภาวะ Dehydration ครับ

 

fitness heart rate

2. อาการเวียนหัว

เวลาเราลุกขึ้นยืนเร็วๆจากท่านั่ง เราจะรู้สึกเวียนหัว อาการแบบนี้เรียกว่าความดันตกในท่ายืน (Postural Hypotension) ครับ เกิดจากเลือดไปเลี้ยงศีรษะไม่พอเมื่อเราเปลี่ยนท่าจากนั่งเป็นยืนครับ หากเพื่อนๆพบว่ามีอาการวิงเวียนศีรษะอาจเป็นไปได้ว่าเกิดภาวะ Dehydration และเลือดกำลังไปเลี้ยงศีรษะไม่พอนะครับ

postural hypertension

3. ผิวหนังย้อย

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าภาวการณ์สูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนัง (Decreased Skin Turgor) ครับ คืออาการที่เมื่อดึงผิวหนังแล้วปล่อย แล้วผิวหนังไม่ยอมเด้งกลับมา แต่คงสภาพเป็นจีบๆ หากวิ่งไปเหนื่อยๆ….เพื่อนๆอาจลองดึงผิวที่หลังมือไว้ซัก 2-3วินาที แล้วปล่อยดูครับ ถ้าพบว่าผิวหนังค่อยๆคืนตัวอย่างช้าๆหรือไม่ยอมเด้งกลับ อันนี้เริ่มจะอันตรายแล้วครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าเพื่อนๆอาจกำลังเจอภาวะ Dehydration ขั้นรุนแรงล่ะครับ

skin-turgor-300x240

 

4. กลิ่นปัสสาวะ

ไม่ใช่แค่สีของปัสสาวะที่เป็นตัวบ่งบอกว่าเพื่อนๆกำลัง Dehydrate นะครับ แต่กลิ่นเป็นเป็นสัญญาณเตือนด้เหมือนกัน หากเพื่อนๆพบว่าปัสสาวะมีกลิ่นแรง ถือได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนให้หาน้ำเติมเข้าร่างกายได้แล้วล่ะครับ

urine

 

 

เรียบเรียงโดย ทีมงานวิ่งไหนดี

ที่มา

Selene Yeager, How to Tell When You’re Dangerously Dehydrated, Runner’s world, May 9, 2016

Check Also

กว่าจะเป็น Eliud Kipchoge จากลู่วิ่งสู่ถนนแห่งมาราธอน

Eliud Kipchoge ในวัย 33 ปี ได้สร้างสถิติโลกการวิ่ง Full Marathon ไว้ที่เวลา 02:01:39 สนาม BMW Berlin Marathon 2018 …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *