อยากวิ่งให้ดี..อย่ามัวแต่พึ่งทางลัด

               ไม่กี่ปีก่อนมีการทดลองเกี่ยวกับพฤติกรรมหลังจากการทานอาหารเสริมของคนที่ไต้หวันครับ การทดลองแบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกให้ทานวิตามิน และกลุ่มหลังให้ทานยาหลอกครับ โดยในการทดลองก็บอกคนทั้งสองกลุ่มตามความจริงแหละครับว่าเค้าทานอะไรกันเข้าไป หลังจากนั้นก็ใช้เครื่องนับก้าว (pedometer) วัดพฤติกรรมของทั้งสองกลุ่ม พบว่ากลุ่มทีทานวิตามินมีแนวโน้มจะออกกำลังน้อยลง ทั้งเดินน้อยลง และยังรับประทานอาหารไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ครับ

               ….ว่าแต่มันเกี่ยวกับนักวิ่งยังไงครับ??? พฤติกรรมพวกนี้เค้าเรียกว่า Licensing Effect ครับ เกิดจากการที่เรามีเป้าหมาย (เช่น อยากมีสุขภาพดี หุ่นดี อยากพัฒนาการวิ่ง หรือ บางคนอาจจะตั้งเป้าไปงานวิ่งทุกอาทิตย์ 55) ซึ่งกว่าจะไปถึงเป้าหมายได้ เราต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ เป็นประจำ ทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

            แต่เจ้า Licensing Effect เกิดจากการที่เราหันไปใช้ทางอื่นที่เราอาจจะคิดว่าเป็นทางลัด ทั้งที่จริงๆมันเป็นแค่ปัจจัยสนับสนุน หรือ ไม่ใช่ทางที่ถูกที่ควร แล้วลืมไปว่าจริงๆแล้วการไปถึงเป้าหมาย (สุขภาพดี วิ่งดีขึ้น ได้ระยะไกลขึ้น) ไม่มีทางลัดหรอกครับ คล้ายกับที่เราอาจจะทานวิตามินเยอะแยะ แต่ยังทานเหล้าสูบบุหรี่อยู่ล่ะครับ

 

สำหรับนักวิ่งมีทางลัดที่มักจะเข้าใจกันผิดว่าเป็นทางหลัก มีอยู่ 3 อย่างที่ควรระวังครับ

 

painkiller-medicine-and-testosterone-levels

ทางลัด#1 – การฟื้นฟูเชิงตั้งรับ (Reactive Recovery)

เชื่อว่าหลังงานวิ่งคงเพื่อนๆหลายคนปวดเนื้อ ปวดตัว จนต้องพึ่งยา หาหมอกันบ้าง บางคนนวดยานิดหน่อยก็หาย แต่หลายคนหนักหน่อยอาจจะต้องต้องทานยาแก้ปวดกันเพื่อให้ไปทำงานวันรุ่งขึ้นได้กันเลย บางคนก็ใช้วิธีอาบน้ำเย็น ไม่ก็ใช้เสื้อผ้าพวก Compression เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด จนลืมไปว่าเกำลังตั้งรับอาการเจ็บปวดกันอยู่

ทางที่ดีกว่า#1 – การป้องกันเชิงรุก (Active Prevention)

เราอาจจะลืมไปถ้าเราแข็งแรงซะอย่าง อาการปวดก็จะเกิดขึ้นน้อยลง การเสี่ยงต่อการบาดเจ็บก็จะน้อยลงครับ ลองมองดูเพื่อนๆเราที่เป็นนักวิ่ง หรือ นักออกกำลังกายมืออาชีพดูครับ จะเห็นว่าไม่เห็นว่าวันรุ่งขึ้นมันจะเจ็บ ปวด เหมือนเราเลย 55  ต่อไปนี้ลองสละเวลาระหว่างอาทิตย์มาเสริมความแข็งแรงในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสะโพก เอว ข้อต่างๆ กันครับ ดีกว่าต้องไปหานักกายภาพบำบัดหลังงานวิ่งมากมายครับ 🙂

 

runner food

ทางลัด#2 – อาหารเสริม

               ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นอาหาร”เสริม” นะครับ ให้เรามองลองว่าการรับประทานวิตามิน อาหารเสริมเป็นเหมือนเรา “ทำประกัน”ครับ เราอาจไม่ได้ทานอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ มีวิตามินมาเสริมบ้างก็ดีครับ แต่หลายคนทานวิตามินมากๆ จนไม่ได้ใสใจอาหารหลักครับ มีการศึกษาพบว่าวิตามิน C มากเกินไปอาจไปขัดขวางการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อได้ครับ ก็เหมือนขับรถไม่ดี ขับประมาท มีประกันยังไงก็เอาไม่อยู่ ไม่มีทางถึงจุดหมายได้ครับ

ทางที่ดีกว่า#2 – ทานอาหารสุขภาพ

               นักกีฬาทุกคนต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนครับ และทางที่ดีที่สุดที่จะได้สารอาหารครบถ้วนคือทานอาหารดีๆ ทั้งผัก ผลไม้ หรือ เนื้อปลา ที่เป็นแหล่งของวิตามิน และ โปรตีนครับ ถ้าเรายังมัวแต่คิดว่า เมื่อเช้าทานวิตามินไปแล้ว วันนี้จะทานอะไรก็ได้ ร่างกายเราคงจะพัฒนายากครับ

 

how-caffeine-2-360x240

 

ทางลัด#3 – เครื่องดื่มเสริมกำลัง

               เพื่อนๆบางคนเหนื่อยล้าจากการออกกำลัง หันไปพึ่งเครื่องดื่มเสริมกำลังต่างๆ พวกที่มีคาเฟอีน ครับ ซึ่งคาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้ไปกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของเรา แต่จำไวนะครับว่า การกระตุ้นเหล่านี้เป็นเหมือนหน้ากากที่ปิดบังความเหนื่อยล้า อ่อนแรง ของร่ายกายเท่านั้น ไม่ได้ไปรักษาหรือบรรเทาสาเหตุที่แท้จริงเลยครับ

ทางที่ดีกว่า#3 – นอน

               จะมีอะไรรักษา ฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่าการพักผ่อนให้เพียงพอล่ะครับ ร่างกายเราเหนื่อยล้า อ่อนแรง เราก็ต้องให้เค้าได้พักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากการนอนหลับจะเป็นช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ ยังเป็นการ Recharge พลัง ให้พร้อมสำหรับการออกกำลังในวันต่อๆไปด้วยครับ

 

แปลและเรียบเรียงโดย ทีมงานวิ่งไหนดี

 

ที่มา

Alex Hutchinson, Three Shortcuts Runner Should Avoid, Runner’s World

Check Also

กว่าจะเป็น Eliud Kipchoge จากลู่วิ่งสู่ถนนแห่งมาราธอน

Eliud Kipchoge ในวัย 33 ปี ได้สร้างสถิติโลกการวิ่ง Full Marathon ไว้ที่เวลา 02:01:39 สนาม BMW Berlin Marathon 2018 …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *