ลดน้ำหนักว่ายากแล้ว รักษาน้ำหนักที่ลดแล้ว…ยากกว่ามาก!!

เพื่อนๆหลายๆคนคงเคยตั้งเป้าหมายต้องลดน้ำหนักให้ได้เท่านั้นเท่านี้ ภายในเวลาที่กำหนด  กว่าจะลดได้ก็ลำบากยากเข็ญ ทั้งออกกำลังกาย คุมอาหาร เข้ายิม หาข้อมูล ปรึกษาหมอ ขอคำแนะนำจากเพื่อน เรียกว่าเอามันทุกวิธีกว่าตัวเลขในเครื่องชั่งน้ำหนักจะลดลงได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

…..แต่แล้ว ผ่านไปไม่นาน พอกลับมาสู่ชีวิตจริง(ไม่ได้จัดตารางหนักเหมือนตอนกำลังลดน้ำหนัก) ทั้งๆที่ทานปกติ จริงๆแล้วบางคนอาจจะระวังกว่าเดิม เลี่ยงอาหารมัน งดอาหารเย็นด้วยซ้ำ แต่น้ำหนักกลับเพิ่ม ครั้นเพิ่มขึ้นมาเท่าเดิมไม่เท่าไหร่ (ถือว่าเท่าทุน) พี่น้ำหนักแกเล่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เล่นเอาหมดกำลังใจกันเลยทีเดียว 🙁

 

เพื่อนๆหลายๆคนที่เคยลดน้ำหนักได้ (แต่รักษามันไว้ไม่ได้) คงเคยประสบปัญหานี้ และอาจจะแปลกใจว่าทำไมอ่ะ….ก็ในเมื่อเราคุมอาหาร ออกกำลังกาย น้ำหนักไม่ลดต่อไม่ว่ากัน แต่ทำไมถึงรักษาน้ำหนักที่ลดไว้ไม่ได้น้าาาา เพื่อนๆเชื่อไหมครับ…จริงๆแล้วนักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับบอกว่าการลดน้ำหนัก ถือเป็นคนละศาสตร์กับการรักษาน้ำหนักทีลดแล้วเลยทีเดียวล่ะครับ

 

THE BIGGEST LOSER — “Season 5 Live Finale” Episode 516 — Pictured: Season 5 Winner Ali Vincent — (Photo by: Dave Bjerke/NBC/NBCU Photo Bank via Getty Images)

มีการทำวิจัยกันจริงจังโดยติดตามผู้เข้าแข่งขันในรายการ “The Biggest Loser” ของอเมริกาครับ รายการนี้เป็นรายการแข่งขันลดน้ำหนักแบบ Intensive โดยผู้เข้าร่วมรายการจะออกกำลังกายอย่างหนักวันละหลายๆชั่วโมงติดต่อกัน แล้วแข่งกันว่าใครลดน้ำหนักได้มากที่สุดครับ David Cahill ผู้ชนะจาก 14 คนใน Season 8 นั้นเดิมเคยน้ำหนักถึง 200 kg แต่สามารถลดลงมาเหลือเพียง 85 kg !!! เรียกว่าเป็นผู้ทำน้ำหนักลงได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

แต่เมื่อนักวิจัยทำการสำรวจผู้เข้าแข่งขันทั้ง 14 คน โดยติดตามชีวิตของเขาหล่านั้นต่อมาอีก 6 ปีก็พบว่า นอกจาก 13 ใน 14 จะคนไม่สามารถรักษาน้ำหนักที่ลดลงไว้ได้ มี 4 ใน 14 คนนั้นน้ำหนักกลับไปมากกว่าเดิมซะอีกล่ะครับ นักวิจัยเลยค้นหาต่อไปว่าทำไมเราถึงรักษาน้ำหนักที่เราลดไว้ไม่ได้ แล้วก็พบสาเหตุที่ไม่น่าเชื่อเอามากๆ เพราะปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำหนักเรากลับไปสู่จุดๆเดิมคือ “ร่างกายเรา” เองนี่ล่ะครับ!!!!

เพราะอย่างนี้ล่ะครับที่ทำให้การลดน้ำหนักกับการรักษาน้ำหนักเป็นคนละเรื่องกัน เวลาเพื่อนๆลดน้ำหนัก เพื่อนๆต้องมีความตั้งใจจริงหรือที่หลายๆคนเรียกว่า “Willpower” เพราะต้องตั้งใจลดอาหาร ตั้งใจออกกำลังกาย แต่การจะรักษาน้ำหนักที่ลดแล้วนั้นเพื่อนๆต้องการมากกว่านั้นครับ!! เพราะ ร่างกายเราจะพยายามทำให้น้ำหนักตัวเองให้กลับไปสู่จุดๆเดิม ฟังอย่างนี้แล้วน่าเรียกมาตีไหมครับ55 แหม่กว่าจะลดไม่ใช่ง่ายๆ ลดแล้วดันแพ้ภัยตัวเองซะงั้น 🙁

โดยวิธีที่เจ้าร่างกายตัวดีของเราใช้นั่นก็คือ “การลดอัตราการเผาพลาญ” ของตัวเองครับ เป็นวิธีที่เจ็บแสบมากๆใช่ไหมล่ะครับ55 ยกตัวอย่างเช่น David Cahill ที่ชนะใน Season 8 นั้น นักวิจัยพบว่า ปัจจุบันนั้น David มีอัตราเผาพลาญต่ำกว่าผู้ชายที่รูปร่างใกล้เคียงกันถึง 800 แคลอรี่!!! นั่นแปลว่า ในวันๆหนึ่งนั้น David ต้องทานอาหารให้ได้น้อยกว่าคนอื่นถึง 800 แคลอรี่ เพื่อให้รักษาน้ำหนักให้ได้ แสบไหมล่ะครับ ทำให้หลังจากผ่านมา 6 ปีนั้น David น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากที่ลดลงไปประมาณ 50 kg แล้วล่ะครับ!!!

อีกกลไกหนึ่งที่ร่างกายเราใช้คือ “ฮอร์โมน” ครับ นักวิจัยพบว่าฮอร์โมนตัวสำคัญชื่อว่า Leptin ครับ โดยก่อนรายการ…ผู้เข้าแข่งขันมีระดับ Leptin เป็นปกติ แต่จบการแข่งขันเมื่อตรวจร่างกายพบว่าแทบจะไม่มี Leptin เหลือเลยล่ะครับ ซึ่งเจ้า Leptin นี่ละครับควบคุมความหิวของเรา เมื่อ Leptin เหลือน้อยร่างกายเราจะหิวมากครับ และตามมาด้วยการกินอย่างไร้สติครับ ซึ่งที่น่าเศร้าคือพบว่าเมื่อเวลาผ่านไปแม้ผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้นจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่ระดับ Leptin กลับเพิ่มมาไม่ถึงครึ่งของเดิมครับ แปลว่าผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้นจะหิวกว่าคนปกติครับ ทำให้นอกจากจะเผาพลาญน้อยลงแล้ว ร่างกายยังให้เราหิวมากๆอีกด้วยล่ะครับ 🙁

เพราะอย่างนี้ล่ะครับที่ทำให้การลดน้ำหนัก กับการรักษาน้ำหนักที่ลดได้เป็นคนละเรื่องกัน เพราะในการรักษาน้ำหนักที่ลดได้นั้น เพื่อนๆต้องเจอกับกำแพงใหญ่ที่ต้องข้ามให้ได้ นั่นคือ “ร่างกายเรา” เองครับ นอกจากจะโดนแต้มต่อเรื่องการเผาพลาญต่ำแล้ว เรายังจะหิวมากๆอีกด้วยล่ะครับ

แต่ๆๆๆ….บทความนี้ไม่ได้จะต้องการจะทำให้เพื่อนๆหมดกำลังใจ ไม่ออกกำลังกาย ไม่คุมอาหารกันแล้ว เพราะคิดว่าลดไปเดี๋ยวก็กลับมาเท่าเดิมนะครับ เมื่อพิจารณาผลวิจัยให้ดีๆ..โดยเฉลี่ยแล้วหลังจาก 6 ปีผ่านไป ผู้เข่าแข่งขัน The Biggest Loser Season 8 มีน้ำหนักลดลงเฉลี่ยที่ 12 % ครับ แม้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับตอนจบรายการใหม่ๆ แต่ “ทุกๆกรัมที่ลดลงมีความหมาย” นะครับ เพราะนั่นหมายถึง การลดลงของโอกาสในการเป็นโรคเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ ฯลฯนะครับ แอดมินเพียงแต่ต้องการให้เพื่อนๆที่ลดน้ำหนักเข้าใจกลไกธรรมชาติของร่างกายเรา  และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่ายกายครับ ซึ่งถ้าเราทำเต็มที่ ยังไงก็ต้องทำได้ครับ

จำผู้เข้าแข่งขัน 14 คนใน Season8 ได้ไหมครับ มีอยู่ 1 คนที่สามารถลดน้ำหนักได้ต่อเนื่องหลังผ่านไป 6 ปีครับ คนนั้นชื่อ Erinn Egbert ครับ หลังเข้าแข่งขันเธอน้ำหนัก 80 kg ผ่านไป 6 ปี นอกจากเธอจะรักษามันไว้ได้เธอยังสามารถลดน้ำหนักต่อได้จนเหลือ 68 kg ในปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าร่างกายเธอต่างจากคนอื่นนะครับ เพราะอัตราการเผาพลาญของเธอยังน้อยกว่าผู้หญิงรูปร่างใกล้ๆกันถึงเกือบ 600 แคลอรี่ แต่เชื่อว่าความตั้งใจของเธอมีมากกว่านั้นเยอะครับ 🙂

 

ที่มา

Laura Entis, Why We’re Thinking About Weight Loss All Wrong, Fortune
Gina Kolata, After ‘The Biggest Loser,’ Their Bodies Fought to Regain Weight, New York Times
Julie Maziotta The Biggest Loser Contestants Often Regain the Weight Because Their Metabolism Never Recovers, According to New Study, People

Check Also

เดินอย่างไรให้วิ่งดีขึ้น??

 เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านอาจจะงงๆว่า แอดมินนี่มึนหรือเปล่า? ส่วนใหญ่เราก็มักจะเดินเมื่อวิ่งไม่ไหวแล้ว หรือไม่ก็เดินหลังวิ่งเป็นการ Warm Down ก่อนยืดเส้นยืดสาย หลายๆคนเห็นการเดินเป็นเหมือนความล้มเหลว เหมือนวิ่งไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้เสียด้วยซ้ำ แต่เชื่อไหมครับว่าการคั่นการวิ่งด้วยการเดินก่อนวิ่งต่อ (periodic walking) สามารถช่วยให้เพื่อนๆวิ่งได้ไกลขึ้นและดีขึ้นนะครับ ทั้งนี้เพราะการเดินช่วยลดแรงกระแทกต่อกล้ามเนื้อ ข้อต่อ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *