มา Active Recovery ด้วยการ “ว่ายน้ำ” กันเถอะ

มา Active Recovery ด้วยการ “ว่ายน้ำ” กันเถอะ

เพื่อนๆ นักวิ่งอาจมีคำถามว่าจะพักอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ จริงๆ แล้ว การพัก (Recovery) อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ Passive Recovery และ Active Recovery ในส่วน Passive Recovery นั้นบางคนอาจจะเรียกว่า Rest day หรือ “วันพัก” ที่จะไม่มีการออกกำลังอะไรเลย เรียกว่าให้ร่างกายได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ โดยปกตินักวิ่งที่วางโปรแกรมฝึกซ้อมไว้จะกำหนด Rest Day หรือวันที่ไม่ต้องวิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น และ ซ่อมแซม กล้ามเนื้อที่สึกหรอจากการซ้อมหนักมาหลายวัน Rest Day ยังมีเป้าหมายเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมหนักๆ ติดต่อกันด้วย

ส่วน Active Recovery นั้น มีเป้าหมายมุ่งไปที่การปรับสมดุลร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย มีจุดประสงค์เพื่อให้กล้ามเนื้อในส่วนที่ใช้เป็นประจำได้พัก และเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนอื่น โดยการออกกำลังเบาๆ (low intensity) ช่วยกระตุ้นให้มีการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่จะซ่อมแซม

“การว่ายน้ำ” ถือเป็น Active Recovery ชั้นดี เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บสำหรับนักวิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการพักการใช้ขาในการรับน้ำหนักทั้งตัวติดต่อกันหลายๆ ชั่วโมงแล้ว การว่ายน้ำยังช่วยให้เราพัฒนาความอึดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บออกซิเจนของร่างกายอีกด้วย นี่ยังไม่นับว่าการว่ายน้ำถือเป็นการบำบัดรักษาอาการอักเสบ (Anti-inflammatory therapy) แบบหนึ่งให้กับขาได้ด้วย

ทั้งนี้การจะควบคุมการว่ายน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเป็น Active Recovery นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เช่นนั้นก็อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปและเกิดความล้ามากขึ้น แทนที่จะเป็นการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ โดยควรจะควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ใน Zone 1 นั่นเอง ดังนั้นการมีสมาร์ทวอร์ชดีๆ ซักเครื่องคงจะเป็นตัวช่วยที่ดีทีเดียว อย่าง Samsung Gear Fit2 Pro ที่สามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ real time ได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามรอบและนับสโตรกในการว่ายน้ำได้อีกด้วย และด้วยคุณสมบัติรองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM ซี่งสามารถอยู่ในน้ำได้ถึงความลึกระดับ 50 เมตร ทำให้สามารถใส่ว่ายน้ำได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกระแทกจากน้ำขณะวาดแขนว่ายน้ำเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีแอพ S Health ซึ่ง Samsung พัฒนาร่วมกับ Speedo ที่สามารถวัดระยะทางและความเร็วในการว่ายน้ำได้อีกด้วย

การว่ายน้ำเบาๆ นอกจากจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดแล้ว ยังช่วยให้มีการยืดเหยียดของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะท่าที่มีการเหยียดแขนเหยียดขาให้ลู่ไปตามน้ำ (Streamline Position) นักไตรกีฬามักจะพบว่าการว่ายน้ำเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อไปในตัวหลังจากการตรากตรำในการวิ่งและปั่นจักรยาน นอกจากนั้นการว่ายน้ำยังถือเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกายในกรณีที่มีการพัฒนากล้ามเนื้ออย่างไม่สมดุล (Muscular Imbalance) อีกด้วย สำหรับท่าในการว่ายน้ำแม้จะมีหลายท่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการพัฒนาหรือเน้นส่วนไหนเป็นพิเศษ การว่ายท่ากบ กรรเชียง และฟรีสไตล์ก็เป็นการเน้นกล้ามเนื้อส่วนขาคนละส่วนกัน แต่ถ้าเพื่อนๆ อยากจะพักขา ก็แค่ประคองตัวโดยใช้ร่างกายท่อนบน แล้วเพียงใช้ขาเบาๆ พยุงให้ลอย โดยไม่มีการเตะขาแรงๆ เท่านี้ก็เป็นการพักขาไปในตัวได้ครับ แถมยังเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนไหล่ (Deltoids) หลังส่วนบน (Trapezius) และ หลังด้านล่าง (Latissimus Dorsi)

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังอื่นๆ ก็สามารถเป็น Active Recovery ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การวิ่งเอง แต่หลักการที่สำคัญคือจะต้องอยู่ในระดับเบา (low intensity) ซึ่งเจ้า Samsung Gear Fit2 Pro ก็สามารถวัดผลอัตราการเต้นหัวใจของเราได้ในทุกกิจกรรม ช่วยควบคุมการออกกำลังให้เหมาะสม เรียกว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ

สามารถดูรายละเอียด Gear Fit2 Pro เพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/2ETDyBb

Check Also

ฟังเพลงอย่างไรให้วิ่งได้ดี

   เดี๋ยวนี้Fitness Tracker นอกจากจะวัดประสิทธิภาพการวิ่งของเรา ดูตำแหน่ง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ยังสามารถ Sync เพลงจากมือถือมาเก็บไว้ เวลาออกไปวิ่งนอกจากไม่ต้องพกมือถือแล้ว ยังสามารถต่อดูฟัง Bluetooth ไม่ต้องมีสายระโยงระยางให้เกะกะวุ่นวายใจ อย่าง Samsung …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *