banner ads

กิจกรรมน่าสนใจ

banner ads

อันดับงานวิ่งยอดเยี่ยม

ข่าวสาร

REV RUNNR : Be Your Own Hero
Register Now ‼
.
อุปสรรค การเดินทาง การต่อสู้ คือหนทางของผู้ชนะ
การเป็นฮีโร่ คือการผ่านพ้นวิกฤตที่ยากลำบาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ทุกคนก็สามารถที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ว่า จะยากแค่ไหน เจออะไรมากมายเท่าไหร่ แค่เรามีเป้าหมาย และมุ่งมั่นก้าวต่อไปบนทางที่เราเชื่อมั่น
.
เตรียมพบกับกิจกรรมจาก REV RUNNR ที่จะพาคุณก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ด้วยโปรแกรมที่วางไว้ให้คุณได้พัฒนา เพื่อไปถึงจุดหมายที่คุณตั้งใจ จากทีมโค้ช ที่นำโดย โค้ชเพ้นท์ พี่หนึ่ง อีฟ โจอี้ เจน พีท โย 🔥
.
#beyourownhero
#วิ่งไหนดีxrevrunnr

REV RUNNR
REV RUNNR : Be Your Own Hero
Register Now ‼
.
อุปสรรค การเดินทาง การต่อสู้ คือหนทางของผู้ชนะ
การเป็นฮีโร่ คือการผ่านพ้นวิกฤตที่ยากลำบาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ทุกคนก็สามารถที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ว่า จะยากแค่ไหน เจออะไรมากมายเท่าไหร่ แค่เรามีเป้าหมาย และมุ่งมั่นก้าวต่อไปบนทางที่เราเชื่อมั่น
.
เตรียมพบกับกิจกรรมจาก REV RUNNR ที่จะพาคุณก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ด้วยโปรแกรมที่วางไว้ให้คุณได้พัฒนา เพื่อไปถึงจุดหมายที่คุณตั้งใจ จากทีมโค้ช ที่นำโดย โค้ชเพ้นท์ พี่หนึ่ง อีฟ โจอี้ เจน พีท โย 🔥
.
.
เงื่อนไขการรับสมัคร ผู้เข้าร่วมกิจกรรม REV RUNNR CAMP : Be your own hero
• อัพโหลดสลิปการชำระเงิน / ใบเสร็จที่ซื้อสินค้าจากร้าน REV RUNNR ทุกสาขาทั้งที่ SHOP และเคาน์เตอร์ REV RUNNR ในร้านขายอุปกรณ์กีฬาชื่อดังทั่วประเทศ ยอดรวม 5,000 บาทขึ้นไป ส่งมาที่ form.jotform.com/210451524443042
• ในกรณีซื้อสินค้าผ่านช่องทาง www.rev.co.th ให้แคปภาพหน้าจอใบสั่งซื้อที่มียอดซื้อ 5,000 บาทขึ้นไป ที่ได้รับผ่านทาง E-mail เมื่อการชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว และส่งใบสมัครผ่าน form.jotform.com/210451524443042 เช่นกัน
• ผู้สมัครจะต้องเคยวิ่งระยะ 10 Km เป็นอย่างน้อยมาแล้ว 2 ครั้งขึ้นไป และมีเป้าหมายที่จะพิชิต Half Marathon (21 km) โดยแนบรูปแคปเจอร์หน้าจอโปรแกรมการคำนวณระยะทางวิ่งเช่น SUUNTO APP, GARMIN CONNECT, STRAVA, NRC, Map My Run เป็นต้น จำนวน 2 รูปขึ้นไปมาพร้อมใน E-mail
• กรอกประวัติและ เขียนอธิบายคร่าวๆ ในหัวข้อ “ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Be your own hero
และส่งเข้ามาเพื่อให้ทางบริษัทฯ คัดเลือก โดยบริษัทฯ จะคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการจำนวน 20 ท่าน เพื่อเข้าร่วมโครงการกับเรา (ผลการตัดสินของบริษัทฯถือเป็นสิ้นสุด)
สิ่งที่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับ
1. ได้สิทธิ์เข้าร่วมการฝึกซ้อมกับ REV RUNNR ในกิจกรรม REV RUNNR CAMP : Be your own hero โดยจะมีการฝึกซ้อมต่อเนื่อง 16 สัปดาห์
2. ได้รับสิทธิ์การวิ่ง (Slot) ในงาน จอมบึง มาราธอน ระยะ Half (21 KM) หลังจากเข้าร่วมโครงการแล้ว อย่างน้อย 10 สัปดาห์ขึ้นไป
3. ได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกฟิตเนส Jetts black สามารถเข้าใช้บริการ Jetts Fitness ได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย ทั้งในส่วนของ Jetts 24 hours fitness (จำนวน 33 คลับ) และ Jetts fitness (2 คลับ) เป็นระยะเวลา 2 เดือน
4. ได้รับสิทธิ์ เครื่องดื่ม Pocari Sweat ตลอดโครงการ
5. ได้รับ Voucher ส่วนลด 1,000 บาท สำหรับซื้อนาฬิกา Suunto (เมื่อซื้อที่ร้าน REV RUNNR เท่านั้น ซึ่งจะมีจำหน่ายเร็วๆนี้)
6. เมื่อผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมซ้อมตามที่โครงการกำหนด และสามารถวิ่งจบระยะ Half Marathon จะได้รับรองเท้าจาก REV RUNNR 1 คู่ ( บริษัทสงวนสิทธิ์ในการกำหนดยี่ห้อและรุ่นของรองเท้าที่จะได้รับ)
.
📌 เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 15 มีนาคม 2564
.
ประกาศผล วันที่ 18 มีนาคม 2564
#REVRUNNR
#revrunnrcamp #beyourownhero
#JettsFitnessThailand
#pocarisweat
#suunto
#วิ่งไหนดี
... See MoreSee Less

วิ่งแล้วฟิน เพื่อน ๆ รู้สึกเหมือนกันไหม
.
เพื่อน ๆ เคยรู้สึกมีความสุข สดชื่น หรือแบบว่า “อารมณ์ดี๊ดี” เวลาได้ออกกำลังกายนาน ๆ หรือวิ่งไกล ๆ บ้างไหมครับ ถ้ารู้สึกว่ามีอาการฟิน ๆ แบบนี้ล่ะก็แสดงว่าเพื่อน ๆ กำลังได้รับรู้ถึงอาการที่เรียกว่า “Runner’s High” อาการแบบนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อเพื่อน ๆ ได้ออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ จนกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกลไกหลั่งสารออกมา 2 ตัวคือ Endorphins กับ Endocannabinoids ครับ เดี๋ยววันนี้เราลองไปทำความรู้จักกับกลไกของร่างกายในการออกกำลังกายที่ทำให้เกิด Runner’s High กันครับ
.
#กลไกของEndorphins
หลักการที่ว่าการออกกำลังกายทำให้อารมณ์ดีเพราะมีการหลั่ง Endorphin จริง ๆ แล้วเป็นเพียงสมมติฐานอยู่เป็นเวลานานครับ เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยก่อนไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการเคลื่อนที่ของ Endorphin ในสมองได้ล่ะครับ แต่เมื่อไม่นานมานี้เองที่ได้ตรวจพบ Endorphins ในสมองหลังการออกกำลังกายเป็นเวลานาน แต่ช้าก่อนครับไม่ใช่ว่าการออกกำลังกายนาน ๆ ๆ แล้วอารมณ์จะ”ดี๊ดี”เสมอไปนะครับ หลักของการหลั่ง Endorphin คือ “Hard…But not too hard” ครับ นั่นคือ..ต้องออกกำลังกายจนถึงในระดับที่ร่างกายรู้สึกถึงความลำบาก (Discomfort) ดังนั้นวิ่งชิว ๆ ดูนกชมไม้อาจไม่ได้ฟินเพราะ Endorphins นะคร้าบบ แต่ก็ไม่ใช่ออกกำลังหนัก หักโหมจนถึงขั้นเอาเป็นเอาตายนะครับเพราะถ้าร่างกายไม่ไหวขนาดนี้ Endorphins ที่ร่างกายผลิตก็ไม่น่าจะเอาอยู่
.
#กลไกของEndocannabinoids (eCBs)
Cannabinoid ตัวนี้มาจาก Cannabis หรือกัญชา นี่ล่ะครับ เพราะเมื่อออกกำลังกายมาก ๆ ร่างกายเราจะสังเคราะห์สารในกลุ่มเดียวกับสารที่ได้จากการเสพกัญชานี่ล่ะครับ ‘eCBs’ นั้นเกิดจากร่างกายเกิดภาวะ Stress สังเกตได้จากอาการหายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และเหงื่อออกครับ มีงานวิจัยการวิ่งที่ระดับ 70-85 เปอร์เซ็นต์ ของระดับ Maximum Heart Rate เป็นระดับที่เหมาะสม ..อาจกล่าวได้ว่ากลไลของ Endorphins กับ Endocannabinoids มาด้วยกันล่ะครับ นอกจากนั้นยังพบอีกนะครับว่าความเครียดเบา ๆ เช่น ภาวะกระวนกระวายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนวิ่งจะช่วยเกิดการผลิต eCBs ได้ดีขึ้น ตรงกันข้าม…ความเครียดเรื้อรังจะไปลดการผลิตล่ะครับ งานวิจัยยังพบอีกครับว่า ระดับ eCBs ในตอนเช้าจะมากกว่าตอนกลางคืนถึง 3 เท่า!!!
.
#ทำไมร่างกายเราถึงมีกลไกแบบนี้??
มีการศึกษาพบว่าบรรพบุรุษมนุษย์เราเป็นนักล่ามาก่อน (เรามีสายเลือดนักล่า) การใช้ชีวิตของนักล่าต้องเดินทางมากกว่า 5–16 กิโลเมตรต่อวันเพื่อล่าสัตว์เป็นอาหารครับ เมื่อต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล ๆ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจึงรังสรรค์กลไกความฟินเหล่านี้ขึ้นมาไงล่ะ นักวิจัยจึงแนะนำให้เราออกกำลังกายเป็นประจำเพราะยีนของบรรพบุรุษนักล่ายังอยู่ในตัวเราทุกคนครับ (อันนี้แอดมินไม่ได้หมายถึงพวกชอบออกล่าเหยื่อตอนกลางคืน แล้วจะมาอ้างว่าบรรพบุรุษเป็นนักล่านะคร้าบบบบบ)
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee
... See MoreSee Less

วิ่งแล้วฟิน เพื่อน ๆ รู้สึกเหมือนกันไหม
.
เพื่อน ๆ เคยรู้สึกมีความสุข สดชื่น หรือแบบว่า “อารมณ์ดี๊ดี” เวลาได้ออกกำลังกายนาน ๆ หรือวิ่งไกล ๆ บ้างไหมครับ ถ้ารู้สึกว่ามีอาการฟิน ๆ แบบนี้ล่ะก็แสดงว่าเพื่อน ๆ กำลังได้รับรู้ถึงอาการที่เรียกว่า “Runner’s High” อาการแบบนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อเพื่อน ๆ ได้ออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ จนกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกลไกหลั่งสารออกมา 2 ตัวคือ Endorphins กับ Endocannabinoids ครับ เดี๋ยววันนี้เราลองไปทำความรู้จักกับกลไกของร่างกายในการออกกำลังกายที่ทำให้เกิด Runner’s High กันครับ
.
#กลไกของEndorphins
หลักการที่ว่าการออกกำลังกายทำให้อารมณ์ดีเพราะมีการหลั่ง Endorphin จริง ๆ แล้วเป็นเพียงสมมติฐานอยู่เป็นเวลานานครับ เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยก่อนไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการเคลื่อนที่ของ Endorphin ในสมองได้ล่ะครับ แต่เมื่อไม่นานมานี้เองที่ได้ตรวจพบ Endorphins ในสมองหลังการออกกำลังกายเป็นเวลานาน แต่ช้าก่อนครับไม่ใช่ว่าการออกกำลังกายนาน ๆ ๆ แล้วอารมณ์จะ”ดี๊ดี”เสมอไปนะครับ หลักของการหลั่ง Endorphin คือ “Hard…But not too hard” ครับ นั่นคือ..ต้องออกกำลังกายจนถึงในระดับที่ร่างกายรู้สึกถึงความลำบาก (Discomfort) ดังนั้นวิ่งชิว ๆ ดูนกชมไม้อาจไม่ได้ฟินเพราะ Endorphins นะคร้าบบ แต่ก็ไม่ใช่ออกกำลังหนัก หักโหมจนถึงขั้นเอาเป็นเอาตายนะครับเพราะถ้าร่างกายไม่ไหวขนาดนี้ Endorphins ที่ร่างกายผลิตก็ไม่น่าจะเอาอยู่
.
#กลไกของEndocannabinoids (eCBs)
Cannabinoid ตัวนี้มาจาก Cannabis หรือกัญชา นี่ล่ะครับ เพราะเมื่อออกกำลังกายมาก ๆ ร่างกายเราจะสังเคราะห์สารในกลุ่มเดียวกับสารที่ได้จากการเสพกัญชานี่ล่ะครับ ‘eCBs’ นั้นเกิดจากร่างกายเกิดภาวะ Stress สังเกตได้จากอาการหายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และเหงื่อออกครับ มีงานวิจัยการวิ่งที่ระดับ 70-85 เปอร์เซ็นต์ ของระดับ Maximum Heart Rate เป็นระดับที่เหมาะสม ..อาจกล่าวได้ว่ากลไลของ Endorphins กับ Endocannabinoids มาด้วยกันล่ะครับ นอกจากนั้นยังพบอีกนะครับว่าความเครียดเบา ๆ เช่น ภาวะกระวนกระวายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนวิ่งจะช่วยเกิดการผลิต eCBs ได้ดีขึ้น ตรงกันข้าม…ความเครียดเรื้อรังจะไปลดการผลิตล่ะครับ งานวิจัยยังพบอีกครับว่า ระดับ eCBs ในตอนเช้าจะมากกว่าตอนกลางคืนถึง 3 เท่า!!!
.
#ทำไมร่างกายเราถึงมีกลไกแบบนี้??
มีการศึกษาพบว่าบรรพบุรุษมนุษย์เราเป็นนักล่ามาก่อน (เรามีสายเลือดนักล่า) การใช้ชีวิตของนักล่าต้องเดินทางมากกว่า 5–16 กิโลเมตรต่อวันเพื่อล่าสัตว์เป็นอาหารครับ เมื่อต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล ๆ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจึงรังสรรค์กลไกความฟินเหล่านี้ขึ้นมาไงล่ะ นักวิจัยจึงแนะนำให้เราออกกำลังกายเป็นประจำเพราะยีนของบรรพบุรุษนักล่ายังอยู่ในตัวเราทุกคนครับ (อันนี้แอดมินไม่ได้หมายถึงพวกชอบออกล่าเหยื่อตอนกลางคืน แล้วจะมาอ้างว่าบรรพบุรุษเป็นนักล่านะคร้าบบบบบ)
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

เคยเป็นคะ เลย มากด้วย ฟินมากจากน้ำหนัก78 ตอนนี้63 ละคะ

มีแต่ผมคนเดียวปะครับที่วิ่งแล้วเหนื่อย _*_"

เริ่มวิ่งเพราะต้องการลดน้ำหนัก ตอนนี้ชอบมากความเครียดหาย หุ่นดีงาม หลังวิ่งผ่านไปสัก 10 กม. ปอดเหมือนโดนทลวง มันจะโลงๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่ ที่ต้องหยุดวิ่งเพราะแดดร้อนจัด ยิ่งวิ่งโซน 2 นะดีงามมากมันไม่ปวดเมื่อยหลังวิ่งเลย ทุกวันนี้คิดแต่ว่าจะไปวิ่งที่ไหนดี😁😚☺

มันจะขี้เกียจ2-3กิโลแรก พอเหงื่อออกแล้ววิ่งได้เรื่อยๆ จะมีความสุขตอนเสื้อชุ่มด้วยเหงื่อท่วมตัว แล้วกลับบ้านนอนหลับสบายคะ

ชอบงานวิ่งได้เปลี่ยนบรรยากาศ

ฟินสุดๆคร้า555

เมื่ออออกวิ่งมันคือความสุข เเล้วพอเห็นผลตรวจสุขภาพก็จะฟินมากเพราะทุกค่า ปกติจนหมอชม

จริงครับ ยิ่งเหงื่อชุ่มตัวชอบมากครับ

นอนเต็มอิ่มวิ่งฟินแน่ลองดูดิ

ผมวิ่งแล้วไม่มีจะกินครับ

ฟินแหละรู้ตัวคะ

จริงค่ะ

รักไม่รู้สิ้นสุด ที่ไหน 555

จริงครับ

บอกเลย..มากกกค่ะ

มีแต่วิ่งแล้วเหนื่อย🤣

ขอบคุณ​ครับ​

สบายใจปลอดโปร่ง😽😽

จริงค่ะ รู้สึกโล่งปลอดโปร่ง สบายใจ และมีความสุขค่ะ

ฟิน จิ คร้าบบบบบ

ยังไปไม่ถึงตรงนั้นเลย

ผมครับ

จริงค่ะ🥰

โดดเด่นดูดสายตาทุกคู่ในสนามไปกับ ASICS COLOUR INJECTION PACK ใครเห็นก็ต้องมอง ก็สีสันมันจี๊ดเสียเหลือเกินฮะ
.
Collection COLOUR INJECTION PACK ยังคงเป็นการหยิบเอารองเท้าวิ่งรุ่นต่าง ๆ ของ Asics มาปรับโฉมด้วยการใส่ลวดลายใหม่ ๆ เข้าไปในรองเท้า โดยใช้ Concept และ Theme ที่มีสีสันฉูดฉาดราวกับว่าหยิบงานศิลปะมาไว้ที่รองเท้า
.
สำหรับรองเท้าที่อยู่ใน Collection นี้จะมีทั้งหมด 4 รุ่น และแต่ละรุ่นก็จะมีการออกแบบที่แตกต่างกันไปสำหรับของผู้ชาย และ ผู้หญิง โดยทั้ง 4 รุ่นคือ

- Gel NOOSA TRI 13
- NOVABLAST
- Gel NIMBUS 23
- GEL-DS TRAINER 26
.
สำหรับ COLOUR INJECTION PACK ได้วางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศ
.
ส่วนประเทศไทยเรามีจำหน่ายอยู่รุ่นเดียวนั่นก็คือ NOVABLAST ราคายังคงเท่าเดิมที่ 4,900 บาทครับ
หากสีโดนใจก็ตามไปจัดกันได้ที่นี่เลย
👉 invol.co/cl2x0ql
.
#วิ่งไหนดี
#wingnaidee
... See MoreSee Less

Comment on Facebook

เลือกไม่ถูกเลย เหมาหมดเลยมั้ย

ดีอะรถจะได้ไม่ฃนมองเห็นแต่ไกล555

งามแท้ สงสัยได้เสียเงินอีกแล้ว

วิ่งดีไหมไม่รู้ รู้แต่ว่าสีสันโดน😆

Niyarat Mekbumrung ช่วยเลือกหน่อยยย... Supachai Chalorsrithong ใกล้ถึงวันเกิดแย้ว...🤪 🎁 จะได้มีแรงบันดาลใจวิ่งอีกครั้ง 🤪

มันสวยมากกกก กระเป๋าตังค์สั่นอีกแล้ว

รุ่นเดียวกัน​แต่คนละสี

กระเป๋าตังค์สั่นดิ๊กๆอีกแล้ววววว 🤣

น่ารักสุดๆคะ

เกิ๊นนนนนน😍

สีโหดมาก

Weerathep Deesawad พี่คะ สักคู่ไหม

เอาเงินเราไปเลย

Phudis Disayanan ทำไมเราต้องมีรองเท้าหลายคู่

Pirachat Chinnavongprom เห็นสีแล้ว นึกถึงเลย

ช ก็ไม่ได้ชอบฟ้าเสมอไป 😂

New Napat Color Full สุดด ใครเห็นก็ต้องเหลียว55

จัดคนละคู่มั้ย Oil Tarathip

U'unchan Sarunya Sarabun ฟิว ในการวิ่งง

📍📍📍❤

Sivat Tangtirachai ไปวิ่งๆๆๆ🤩

โอยยย อยากได้ 55

ซื้อไปวิ่งสงกรานต์​

โอ้ยๆแต่ละสี

Badtz Badtz สีสันขนาดนี้

ก็ปกตินิ … หิวก็ต้องกินผิดตรงไหนน 😂
.
#วิ่งไหนดี
#wingnaidee
... See MoreSee Less

ก็ปกตินิ … หิวก็ต้องกินผิดตรงไหนน 😂
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

Comment on Facebook

คือใช่เลยค่ะ😆😆😆

วิ่งฟันรันกินอัลตร้ามาราธอนเป็นเหมือนกันปังโฮลวีส,กล้วยหอมทอง,ข้าวต้มมัด,ตบด้วยเกลือแร่ตามคำแนะนำออกตัวแรงอย่างโหดแค่ร้อยเมตรเข้าเส้นชัยอย่างเหี่ยวบ้วยตลอดเลยกู

#เบสออนทรูสตอรี่ 😅😅😅 ใช่ครับ เรื่องจริงของตัวผม

เพื่อออออออออ

วิ่ง ก็ เพื่อจะกินได้เยอะขึ้น ใคร จะ ทำไม 55555

😁ก็แค่นี้เองนะ😁😁

วิ่งยังไงน้ำหนักขึ้นเอาๆ 555

เพิ่มพลังงาน

ชานม+ชาบู 🤣🤣🤣🤣

วิ่งเพื่อ!!!!🤣🍻

แล้วคือวิ่งเสร็จเกือบ 3 ทุ่ม หาไรกิน 4-5 ทุ่มงี้ ถึงบ้านหลับป๊อกเลย😂

โหลดคาร์บ

วิ่งสองโล กินสองโล ก็เท่ากันนิ่นา

เหนื่อยฟรี

เที่ยงคืนแร้วนอนไม่หลับ​ จัดต้มมาม่าซะเรยย5555

NungNing Khwanreudee หมูปิ้ง 17 ไม้ครับพี่

🙌🤪

Koi Nattaya555

Ratchadaporn Phanprom

ป๊อปปี้ ป๊อปปี้

Darika Jitrak

Kewalin Tangkitpitakpol ใช่น้องมั้ยยย

อ้อน สุดฤทัย 😁😁😁

ข้าวขาหมูพิเศษ1จานครับ

ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีจัดเป็นวันสตรีสากล ซึ่งเดิมทีแล้ววันนี้ในอดีตก็ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมกับเหล่าสตรีตั้งแต่ปี 1907 ครับ วันนี้แอดเลยจะขอหยิบเอาเรื่องราวของ ผู้หญิงคนแรกที่ได้ติดเบอร์วิ่งใน Boston Marathon ซึ่งกว่าเธอจะได้วิ่งและวิ่งจบก็ต้องเจอกำแพงของการแบ่งแยกขวางกั้นไว้อยู่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า จริง ๆ แล้ว งาน Boston Marathon ถือว่าเป็นงาน Annual Marathon หรือ รายการมาราธอนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เก่าแก่ที่สุดรายการนึงของโลก ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1897 และตลอดระยะเวลา 70 ปีตั้งแต่เริ่มจัดไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้วิ่งในงานนี้มาก่อน แต่แล้วในวันที่ 19 เมษายน 1967 ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ติดเบอร์วิ่งในงานนี้

ในยุคนั้นการที่ผู้หญิงจะเข้าร่วมแข่งวิ่งระยะไกลดูเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าผู้เชี่ยวชาญในยุคนั้นมีความเชื่อว่าหากต้องวิ่งระยะไกลจะเป็นการทำลายสุขภาพของผู้หญิง ระยะที่ไกลที่สุดที่ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมได้นั่นก็คือระยะ 800 เมตรเท่านั้น แต่ ณ งานวิ่ง Boston Marathon ในปี 1967 ได้มีหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าไปร่วมวิ่งในงานครั้งนี้ ชื่อของเธอคือ Kathrine Switzer

ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้แอบไม่ได้ปลอมตัวหรือใช้กลโกงอะไรเพื่อให้ได้เข้าไปวิ่ง เธอใช้วิธีการสมัครตรง ๆ โดยชื่อที่เธอใช้ในใบสมัครคือ K.V. Switzer อาจเป็นเพราะว่าการสมัครนั้นไม่ต้องระบุเพศ เพราะเดิมทีก็มีเพียงเพศเดียวเท่านั้นที่สมัครได้ ทำให้ความกล้าบ้าบิ่นของ Switzer สำเร็จในที่สุด และจากบทสัมภาษณ์ของเธอ เธอยังบอกอีกว่าแฟนหนุ่มของเธอถึงกับตกใจที่เห็นเธอยืนทาลิปสติกอยู่ ณ บริเวณจุดปล่อยตัวนักกีฬา

เมื่อการวิ่งเริ่มต้นขึ้น เธอวิ่งไปเรื่อย ๆ จนสะดุดตากรรมการเข้า Jock Semple คือชื่อของกรรมการที่ควบคุมการวิ่งในครั้งนั้น เขาไม่รอช้าวิ่งเข้ามาพูดกับเธอว่า “Get the hell of my race and give me those number” “เอาบิบมา..แล้วออกไปจากการแข่งขันซะ” หลังจากพูดเสร็จร่างของ Jock Semple ก็กระเด็นออกไปจากทางเพราะแฟนหนุ่มของ Kathrine Switzer ที่เป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลทำการ Tackle กรรมการนั่นเองครับ สุดท้ายเธอก็วิ่งจนถึงเส้นชัยได้ในที่สุด และให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันต้องเข้าเส้นชัยให้ได้ แม้จะต้องคลานเข้าไปก็ตามเถอะ” หลังจากนั้นเธอถูกจดจำว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ติดเบอร์วิ่งใน Boston Marathon

ถึงแม้ว่าเรื่องราวของ Kathrine Switzer จะเป็นที่พูดถึงส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยที่เธอทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่เห็นต่างและเห็นใจกรรมการที่ทำตามหน้าที่แต่กลับถูกมองว่าเป็นตัวร้ายในเรื่องราวนี้ซะอย่างนั้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดีเพราะว่าทั้ง Kathrine Switzer และ Jock Semple ต่างได้ปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

*งานวิ่ง Boston Marathon เริ่มเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าร่วมอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 1972

*เมื่อไม่นานที่ผ่านมา Kathrine Switzer วัย 70 ปีได้กลับมาวิ่งที่ Boston Marathon และใส่บิบเบอร์ 261 เบอร์เดียวกับที่เธอใส่ในครั้งแรก

#วิ่งไหนดี
#wingnaidee
... See MoreSee Less

ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีจัดเป็นวันสตรีสากล ซึ่งเดิมทีแล้ววันนี้ในอดีตก็ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมกับเหล่าสตรีตั้งแต่ปี 1907 ครับ วันนี้แอดเลยจะขอหยิบเอาเรื่องราวของ ผู้หญิงคนแรกที่ได้ติดเบอร์วิ่งใน Boston Marathon ซึ่งกว่าเธอจะได้วิ่งและวิ่งจบก็ต้องเจอกำแพงของการแบ่งแยกขวางกั้นไว้อยู่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า จริง ๆ แล้ว งาน Boston Marathon ถือว่าเป็นงาน Annual Marathon หรือ รายการมาราธอนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เก่าแก่ที่สุดรายการนึงของโลก ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1897 และตลอดระยะเวลา 70 ปีตั้งแต่เริ่มจัดไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้วิ่งในงานนี้มาก่อน แต่แล้วในวันที่ 19 เมษายน 1967 ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ติดเบอร์วิ่งในงานนี้

ในยุคนั้นการที่ผู้หญิงจะเข้าร่วมแข่งวิ่งระยะไกลดูเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าผู้เชี่ยวชาญในยุคนั้นมีความเชื่อว่าหากต้องวิ่งระยะไกลจะเป็นการทำลายสุขภาพของผู้หญิง ระยะที่ไกลที่สุดที่ผู้หญิงสามารถเข้าร่วมได้นั่นก็คือระยะ 800 เมตรเท่านั้น แต่ ณ งานวิ่ง Boston Marathon ในปี 1967 ได้มีหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าไปร่วมวิ่งในงานครั้งนี้ ชื่อของเธอคือ Kathrine Switzer

ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้แอบไม่ได้ปลอมตัวหรือใช้กลโกงอะไรเพื่อให้ได้เข้าไปวิ่ง เธอใช้วิธีการสมัครตรง ๆ โดยชื่อที่เธอใช้ในใบสมัครคือ K.V. Switzer อาจเป็นเพราะว่าการสมัครนั้นไม่ต้องระบุเพศ เพราะเดิมทีก็มีเพียงเพศเดียวเท่านั้นที่สมัครได้ ทำให้ความกล้าบ้าบิ่นของ Switzer สำเร็จในที่สุด และจากบทสัมภาษณ์ของเธอ เธอยังบอกอีกว่าแฟนหนุ่มของเธอถึงกับตกใจที่เห็นเธอยืนทาลิปสติกอยู่ ณ บริเวณจุดปล่อยตัวนักกีฬา 

เมื่อการวิ่งเริ่มต้นขึ้น เธอวิ่งไปเรื่อย ๆ จนสะดุดตากรรมการเข้า Jock Semple คือชื่อของกรรมการที่ควบคุมการวิ่งในครั้งนั้น เขาไม่รอช้าวิ่งเข้ามาพูดกับเธอว่า “Get the hell of my race and give me those number” “เอาบิบมา..แล้วออกไปจากการแข่งขันซะ” หลังจากพูดเสร็จร่างของ Jock Semple ก็กระเด็นออกไปจากทางเพราะแฟนหนุ่มของ Kathrine Switzer ที่เป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลทำการ Tackle กรรมการนั่นเองครับ สุดท้ายเธอก็วิ่งจนถึงเส้นชัยได้ในที่สุด และให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันต้องเข้าเส้นชัยให้ได้ แม้จะต้องคลานเข้าไปก็ตามเถอะ” หลังจากนั้นเธอถูกจดจำว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ติดเบอร์วิ่งใน Boston Marathon

ถึงแม้ว่าเรื่องราวของ Kathrine Switzer จะเป็นที่พูดถึงส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยที่เธอทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ แต่ก็มีหลาย ๆ คนที่เห็นต่างและเห็นใจกรรมการที่ทำตามหน้าที่แต่กลับถูกมองว่าเป็นตัวร้ายในเรื่องราวนี้ซะอย่างนั้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดีเพราะว่าทั้ง Kathrine Switzer และ Jock Semple ต่างได้ปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

*งานวิ่ง Boston Marathon เริ่มเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าร่วมอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 1972

*เมื่อไม่นานที่ผ่านมา Kathrine Switzer วัย 70 ปีได้กลับมาวิ่งที่ Boston Marathon และใส่บิบเบอร์ 261 เบอร์เดียวกับที่เธอใส่ในครั้งแรก

#วิ่งไหนดี
#wingnaidee

Comment on Facebook

🏃‍♀️💪✌️🙌❤️

วันสตรีไทยวันไหน

Load more

WingNaiDee Team